ซาบีดา เปิดใจ เล่านาทีตรวจพบมะเร็งเต้านม ตอนรับตำแหน่งรมต.ใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเข้าร่วมงาน “Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เพราะผู้หญิงคือหัวใจของสังคม ถึงเวลาที่เราจะไม่ละเลยสุขภาพเต้านม” ภายใต้แนวคิด “มุ่งเป้าสู่การรักษามะเร็งเต้านมที่ดีกว่า” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเต้านมและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นย้ำว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงการป้องกันโรค แต่คือการมอบโอกาสที่ดีที่สุดให้กับชีวิต พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพตนเองให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ตนถือเป็นคนทำงานที่อยากมาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรง เนื่องจากตนก็เป็นหนึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งเช่นกัน โดยในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2567 เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ตรวจพบโรคนี้

ในตอนแรกตนพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อยในร่างกาย จึงปรึกษากับสามีแต่ก็ยังไม่ได้เอะใจที่จะไปพบแพทย์ จนกระทั่งสามีรู้สึกนิ่งนอนใจไม่ได้ จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับพี่สาวและน้องสาวของตน ซึ่งน้องสาวมองว่าปล่อยไว้ไม่ได้ จึงได้โทรศัพท์นัดหมายแพทย์ให้ทันที

ทั้งนี้ ในวันที่ไปตรวจคัดกรองด้วยการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในเบื้องต้น แพทย์ระบุว่าคลำไม่พบสิ่งผิดปกติและไม่มีอะไรน่ากังวล ทำให้ตนเริ่มรู้สึกคลายความกังวลใจลงในระดับหนึ่ง แม้ผลตรวจเบื้องต้นจะไม่พบอะไร แต่แพทย์ยังไม่ยอมแพ้และมองว่าความผิดปกติเล็กน้อยนั้นต้องมีสาเหตุ จึงขอให้ตนตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มเติม ซึ่งตนก็ยินยอมตามกระบวนการเพื่อความสบายใจ แต่ปรากฏว่าผล MRI พบความผิดปกติ แพทย์จึงขอเจาะตรวจชิ้นเนื้อทันทีในวันนั้น ซึ่งตนไม่ได้เตรียมใจมาล่วงหน้า เพราะอีก 2-3 วันมีภารกิจสำคัญ แต่เมื่อผลตรวจชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นเนื้อร้าย แพทย์จึงเร่งนัดผ่าตัดด่วน

Advertisement

ในช่วงนั้นตนพยายามขอเลื่อนผ่าตัดถึง 2 ครั้ง เนื่องจากติดภารกิจเข้ารับตำแหน่งและต้องแถลงนโยบาย จนกระทั่งแพทย์ยืนยันว่าต้องผ่าตัดทันที ตนจึงนัดผ่าตัดในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย โดยเข้าโรงพยาบาลในคืนวันศุกร์

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ยอมรับว่าช่วงเวลานั้นค่อนข้างสาหัส เพราะนอกจากต้องเผชิญกับโรคแล้ว ในฐานะผู้หญิงยังต้องเจอกระแสสังคมตั้งข้อกังขาเรื่อง “ผู้สืบสันดาน” ทำให้ตั้งใจจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่โรคร้ายกลับกลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้กังวลว่าจะอุปสรรคต่อการทำงาน อย่างไรก็ตาม ตนเข้าผ่าตัดวันเสาร์และพักฟื้นวันอาทิตย์ ก่อนจะกลับไปทำงานทันทีในวันจันทร์ โดยก่อนผ่าตัดได้เข้าแจ้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.1 ในขณะนั้น) เพื่อขอลาป่วย 2-3 วัน ซึ่งทาง รมว.มหาดไทย ได้ซักถามด้วยความห่วงใยว่า “ป่วยเป็นอะไร?”

ตนจึงตอบไปตรง ๆ ว่า “เป็นมะเร็งเต้านมค่ะ ต้องผ่าตัดด่วนเพราะคุณหมอกังวลมาก” ซึ่งท่านนายกฯ (รมว.มหาดไทย) ก็ตกใจและบอกให้รีบไปรักษาตัว เพื่อจะได้กลับมาทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อ หลังจากนั้นตนเข้าผ่าตัดในวันเสาร์ วันจันทร์ก็กลับมาทำงานปกติ และวันอังคารก็เข้าร่วมประชุม ครม. ตามปกติ

ในช่วงเวลานั้นเกิดสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย ด้วยความตั้งใจที่อยากพิสูจน์ศักยภาพของตัวเอง ตนจึงตัดสินใจลงพื้นที่ทันที เนื่องจากกำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และทราบว่าประชาชนไม่มีน้ำประปาใช้มานานกว่า 48 ชั่วโมงแล้ว แม้ทางพื้นที่ จะทัดทานว่าการเดินทางยากลำบากและตนเป็นผู้หญิง แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ตนฮึดสู้ โดยไม่ได้บอกใครในพื้นที่เลยว่าเพิ่งผ่าตัดและเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา จนสุดท้ายสามารถลงไปพบต้นตอและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้สำเร็จ

ทั้งนี้ น.ส.ซาบีดา ระบุทิ้งท้ายถึงอาการป่วยว่า การผ่าตัดในครั้งนั้นถือเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น หรือระยะศูนย์ (Stage 0) โดยเซลล์มะเร็งยังอยู่เฉพาะในท่อน้ำนม และยังไม่ได้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย