เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัสหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุหัวข้อว่า งบประมาณฝีแตก สำนักงบปล่อยไหล ใส่ตัวเลขจริง งบบำนาญ-จ่ายดอกเบี้ยพุ่ง
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า รายละเอียดเบื้องต้นงบปี 70 ที่เพิ่งผ่านการรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำลังจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยงบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 3 ล้านล้าน ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้าน งบเพิ่มขึ้นจากปี 69 นิดเดียว ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นมาก ลดการขาดดุลไปได้เกือบแสนล้าน
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 122,799 ล้าน คิดเป็น +5% ขณะที่รายจ่ายลงทุน 788,000 ล้าน ลดลง 73,736 ล้าน คิดเป็น -9% ส่วนเงินชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้าน เพราะปีงบ 68 ตั้งงบไม่พอต้องไปใช้เงินคงคลังสำหรับเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เงินเดือน และจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ปี 70 ต้องมาตั้งงบไปใช้คืนตามระเบียบ
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า ที่ปีนี้รายจ่ายประจำพุ่งขึ้น ในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง สะท้อนถึงอาการฝีแตกได้เป็นอย่างดี เพราะหากเจาะดูรายละเอียดจะพบว่า ในงบปีนี้มีการเพิ่มงบชำระดอกเบี้ยสูงถึง 40,000 ล้านจนตอนนี้ งบชำระหนี้ทะลุ 400,000 ล้านเรียบร้อยแล้ว งบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เพิ่ม 25,000 ล้าน เป็น 389,090 ล้านทำสถิติสูงที่สุด
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า ที่ปีนี้งบบำเหน็จบำนาญที่พุ่งสูง ชำระดอกเบี้ยพุ่งสูง ไม่ใช่ว่าเราเพิ่มบำนาญ หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม แต่แค่เป็นการตั้งให้ใกล้เคียงกับที่ใช้จริงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งไว้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด เพียงเพื่อให้รายจ่ายประจำดูต่ำ และรายจ่ายลงทุนสูง รวมถึงเพื่อตั้งงบขาดดุลได้มากขึ้นตามเกณฑ์ (ขาดดุลได้ไม่เกินรายจ่ายลงทุน)
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า พอจะใช้รายจ่ายประจำจริงแล้วงบไม่พอ แล้วค่อยไปโอนงบกลาง เงินสำรองมาจ่าย หรือไม่ถ้าหมุนเงินไม่พอจริงๆ ก็ควักเงินคงคลังออกมาใช้ เป็นแบบนี้ทุกปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 67 จนกระทั่งปี 69 ที่น่าจะหมุนเงินไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านใช้ไปจนเกือบหมด เงินคงคลังก็ร่อยหรอ ทั้งที่เพิ่งผ่านปีงบไปได้ครึ่งทาง
น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า สำหรับงบปี 70 จึงยอมแพ้ ไม่บิดตัวเลขรายจ่ายประจำให้ต่ำเกินจริง ยอมลดรายจ่ายลงทุนลง ยอมขาดดุลลดลง ปีนี้เราจึงได้เห็นภาระการคลังที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น และเราพบว่างบเกือบ 4 ล้านล้าน เหลืองบประมาณที่รัฐบาลสามารถมาจัดสรรเองได้จริงๆ เพียง 680,000 ล้านหรือ 18% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย และปรับลดได้ยาก
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่าน้ำ ค่าไฟ งบผูกพันเก่า หรือสวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ รวมแล้ว 3.1 ล้านล้าน เมื่อมาดูรายละเอียดเป็นรายหน่วยงาน หน่วยงานเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ได้งบเพิ่มขึ้น โดยอันดับ 1 สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้งบเพิ่มขึ้นสูงสุด 44,000 ล้าน เงินส่วนนี้คือ นำไปจ่ายดอกเบี้ย
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า รองลงมาคือ เงินสมทบ เงินสะสม และเงินชดเชยข้าราชการ เพิ่มมา 46,500 ล้านบาท สำหรับกองทุน กบข.ให้เป็นไปตามกฎหมาย และอันดับ 3 คือ บำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 25,000 ล้าน ทำให้ปีนี้งบบำเหน็จ บำนาญสูงถึง 389,090 ล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า อันดับ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษา เพิ่มมา 6,000 ล้าน แต่เป็นผลจากงบบุคลากรเพิ่ม น่าจะมาจากการปรับสถานะครูจ้างเหมาบริการ เป็นลูกจ้างชั่วคราว 7,588 อัตรา
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า อันดับ 5 คือ ประกันสังคมเพิ่มมา 4,000 ล้าน ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตนจะเป็นข่าวดีมาก
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า อันดับ 6 คือ กรมควบคุมมลพิษ งบพุ่งเกือบ 3,000 ล้าน ว่าน่าจะเป็นงบจัดการหรือฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไหนซักแห่ง ขณะที่อันดับ 7 คือ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) แห่งกระทรวงดีอีฯ เจ้าของโครงการ TH-AI น่าสนใจมากในแง่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว อยู่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ต้องติดตามดูว่ามีโครงการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมา
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า ฝั่งหน่วยงานที่งบลดลง มี 170 หน่วยงานระดับกรม ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุน โครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน และตึก อันดับ 1 คือ กรมทางหลวง ลดลง 14,000 ล้านบาท ลด 11% อันดับ 2 คือ สำนักปลัดสาธารณสุข ลดลง 9,700 ล้านบาท ลด 7.7% อันดับ 3 คือ กรมชลประทาน ลดลง 8,750 ล้าน ลดลง 10% อันดับ 4 คือ กรมทางหลวงชนบท ลดลง 7,600 ล้าน ลดลง 14% อันดับ 5 คือ กรมโยธา ลดลง 7,200 ล้าน ลดลง 17%
“นี่เป็นแค่รายละเอียดเบื้องต้นจากมติครม. ยังมีรายละเอียดระดับโครงการที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป เอกสารงบประมาณเต็มจะมาถึงสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะวันที่ 23 มิถุนายน อย่าลืมติดตามการอภิปรายงบประมาณที่จะเกิดขึ้นวันที่ 29 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ






