หากพูดถึงย่านสี่พระยาในเวลานี้ ภาพของตึกแถวและอาคารเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในวันวานก็ลอยเข้ามาในหัวทันที และภายในบ้านหลังเก่าที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของ คุณเกด-ดุษฎี ทวีพานิชย์ ผู้ก่อตั้งร้าน SODO Donut ที่อยากหยิบวัตถุดิบไทยมาเล่าเรื่องใหม่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น ผ่านขนมยอดนิยมอย่างโดนัท
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 9 เดือนก่อน แรกเริ่มเดิมทีทางร้านตั้งใจเนรมิตพื้นที่ของบ้านหลังนี้ให้เป็น ‘เวิ้ง’ ของคนไทยที่รวมไลฟ์สไตล์ ทั้งร้านโดนัท (SODO Donut), ร้านกาแฟ (Flow Coffee Roasters), โรงเรียนสอนทำขนมไทย และส่วนของโรงแรมในอนาคตอีกด้วย โดยหวังให้โดนัทชิ้นเล็กๆ นี้ทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กคอยต้อนรับแขก




แต่กลายเป็นว่าหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน ความอร่อยของโดนัทกลับเป็นที่ฮอตฮิตที่สุดนำหน้าทุกโปรเจกต์ จนกลายมาเป็นร้านคิวทองที่หน้าร้านมีคนแวะเวียนมาต่อคิวกันอย่างคึกคักไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ต่างจากออร์เดอร์ฝั่งเดลิเวอรีที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายเช่นกัน
และอีกหนึ่งดีเทลน่ารักๆ ที่ทำให้เราอินกับร้านนี้มากขึ้น คือการที่ทางร้านหยิบคำว่า ‘แม่วิเสท’ หรือคำเรียกตำแหน่งแม่ครัวในรั้ววังสมัยก่อนมาเป็นแรงบันดาลใจ ด้วยความเชื่อที่ว่ารสมือที่ดีจะสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นความอร่อยระดับวิเศษได้ และนั่นคือที่มาของคำว่า “Whatever they serve, we made it delicious.” แนวคิดหลักที่ SODO ใช้ต้อนรับสายกินทุกคนที่แวะเวียนเข้ามา




The Vibe
ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นอาคารบ้านไม้ที่ดูเก่าแก่ผ่านกาลเวลามานาน แต่เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ดูทรุดโทรมตามลงไปเลยแม้แต่น้อย กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแสงไฟโทนสีส้มนวลที่รับกับแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาพอดี ช่วยให้บรรยากาศดูปลอดโปร่ง โล่งสบาย ผสมผสานกับดีไซน์การตกแต่งที่มีกลิ่นอายความวินเทจด้วยแล้ว ทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านที่ชวนให้เราอยากนั่งยาวๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น


The Taste
สิ่งที่ทำให้โดนัทของที่นี่ต่างออกไปคือเรื่องของ ‘เนื้อแป้ง’ ที่กัดเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความนุ่ม เบา และไม่อมน้ำมัน ฟิลเหมือนหยิบเอาความนุ่มฟูแบบญี่ปุ่นมารวมกับความหนึบหนับสไตล์ลอนดอน ทว่าที่นี่เลือกซ่อนทีเด็ดด้วยการใช้ ‘แป้งข้าวเจ้า’ มาเป็นพระเอก
จากนั้นก็ไปลงทอดด้วย ‘น้ำมันมะพร้าว’ และทันทีที่ขึ้นจากกระทะเชฟจะนำโดนัทไปน็อกความเย็นทันที เพื่อให้เนื้อแป้งเซตตัว ซึ่งวิธีนี้เป็นไอเดียที่ร้านคิดขึ้นมาเพื่อสู้กับสภาพอากาศบ้านเรา ทำให้เนื้อแป้งยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำและอร่อยได้นานขึ้น
สิ่งที่เราว่าเป็นไฮไลต์ชวนสะดุดตาที่สุดคงไม่พ้น ‘หน้าโดนัท’ เพราะเพียงแค่ได้ยินชื่อวัตถุดิบ ภาพของดีขึ้นชื่อประจำจังหวัดนั้นๆ ก็ลอยเข้ามาในหัวเราทันที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของร้านที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นมาบอกเล่าเป็นรสชาติ อย่างเนียนๆ



หากไม่รู้จะเริ่มจากรสไหน เราอยากชวนให้ลอง ‘มะนาวพริกเกลือ’ (29 บาท) เมื่อกัดเข้าไปคำแรกเราจะรู้สึกเปรี้ยวปรี๊ดขึ้นมา ตัดกับรสชาติเค็มเผ็ดปลายๆ จากซอสพริกเกลือ ซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่นแบบผลไม้รถเข็นไทย
ส่วนสายรสชาติไทยเดิมอาจถูกใจ ‘ไวท์ช็อกไข่เค็ม’ (59 บาท) ที่ได้ความหอมเค็มนัวจากไข่เค็มโบราณ, ‘ฉ่ำวาว’ (39 บาท) น้ำตาลวานิลลาเคลือบ โรยด้วยเกลือสินสมุทรของไทยเรา ทำให้ได้รสสัมผัสเค็มปลายๆ
‘น้ำตาลมะพร้าว’ (69 บาท) น้ำตาลแท้ๆ ส่งตรงมาจากอัมพวา และ ‘เผือกหอม’ (49 บาท) ที่ใช้เผือกจากจังหวัดสระบุรี หอมกลิ่นเผือกค่อนข้างชัด ซึ่งทีเด็ดคือทุกรสชาติทำออกมาได้หวานกำลังดี ใครที่เป็นสายหวานน้อยบอกเลยว่าต้องถูกใจแน่นอน



สำหรับรสที่เราประทับใจเป็นพิเศษ ‘ข้าวหลามหนองมน’ (59 บาท) ที่ยกความหอมมันหวานนัวอันเป็นเอกลักษณ์ของตำบลหนองมน จังหวัดชลบุรี เมนูนี้กินสนุกตรงที่เราจะได้สัมผัสความกรอบของข้าวพองและตัวข้าวเหนียวที่เรียงเม็ดสวยกำลังดี ตัดกับความนุ่มของเนื้อแป้งได้อย่างลงตัวสุดๆ
เช่นเดียวกันกับหน้า ‘สตรอว์เบอร์รีมิลค์กี้’ (39 บาท) รสชาติไม่หวานเกินไปแอบอมเปรี้ยวเบาๆ จากรสสตรอว์เบอร์รีสดด้วย หน้านี้ทำให้เรานึกถึงบิสกิตแท่งรสสตรอเบอร์รี่ในวัยเด็กขึ้นมาทันที ส่วนรส ‘ดาร์กช็อกโกแลต’ (39 บาท) ก็หอมช็อกโกแลตชัดเจนแถมไม่ขม
เหมือนกันกับ ‘ทองดำ’ (49 บาท) รสนี้จะมีเท็กซ์เจอร์ความกรุบกรอบจากตัววาฟเฟิลอบโรยมาด้านบนด้วย เราว่าเป็นอีกสามรสที่เข้าถึงง่าย กินเพลิน และชวนย้อนนึกถึงวันวาน



นอกจากนี้ยังมีอีกสองรสชาติที่ไม่อยากให้พลาดอย่างหน้า ‘มัทฉะ มะพร้าว’ (69 บาท) ที่หอมมัทฉะเข้มข้น ใครที่เป็นสายมัทฉะต้องลองเลย
และกลับมาที่รสออริจินัลที่เป็นหัวใจหลักของร้าน ‘แป้งข้าวไทย’ (29 บาท) ที่ถึงแม้จะเป็นหน้าที่เรียบง่ายที่สุดของร้าน ไม่ตกแต่งอะไรเยอะ แต่ก็ทำให้เราได้โฟกัสกับตัวเทกซ์เจอร์แป้งเปล่าๆ ที่บอกเลยว่ายิ่งเคี้ยวก็ยิ่งเพลิน จนหมดชิ้นไม่รู้ตัว
อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ ที่เราชอบคือ ร้านไม่มีช้อนหรือส้อมให้บริการ แต่เลือกแจกถุงมือแทน เพื่อให้ทุกคนได้หยิบโดนัทขึ้นมากัดแบบเต็มคำ และสัมผัสประสบการณ์การกินอย่างเป็นกันเองโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเลอะเทอะ

Good for
SODO Donut เหมาะกับคนที่ชอบขนมหวานสไตล์ไทยคราฟต์รสชาติแปลกใหม่ หวานกำลังดี เคี้ยวสนุก ไม่ว่าจะมานั่งทำงานคนเดียวชิลๆ มากับแก๊งเพื่อนในช่วงบ่าย หรือกับครอบครัวก็สั่งโดนัทได้หลายรสมาแชร์ด้วยกันได้ แล้วจะยิ่งดีขึ้นไปอีก ถ้าได้จับคู่โดนัทกับกาแฟแก้วโปรดมาจิบเพลินๆ คู่กัน ก็ลองสั่งจากร้าน Flow ที่อยู่ใกล้ๆ มาได้เช่นกัน
SODO Donut
Address: บ้านเลขที่ 230 ถ.นเรศ, สี่พระยา, บางรัก กรุงเทพฯ
Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
Contact: SODO Donut
Budget: ราคาเริ่มต้น 30-100 บาท




