ผกก.สน.ประเวศ แจงปมสาวลูกครึ่งฮ่องกง ถูก ตร.เรียกเงินค่าดำเนินคดีกว่า 1 แสน

ผกก.สน.ประเวศ แจงแล้ว ปมสาวลูกครึ่งฮ่องกง ถูก ตร.เรียกเงินกว่า 1 แสนค่าดำเนินคดี หลังไปร้องสายไหมต้องรอด หมอดูตุ๋นกว่า 40 ล้าน หันหน้าไปพึ่งตำรวจกลับถูกตบทรัพย์ซ้ำ ชี้เป็นมิจฉาชีพ

จากกรณี สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ร้องสายไหมต้องรอด หลังถูกหมอดูคนดังหลอกทำพิธีเรียกสามีคืน จนสูญเงินกว่า 40 ล้าน แถมตอนไปแจ้งความยังถูกตำรวจเรียกเงินค่าดำเนินการอีกกว่า 1 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว สาวลูกครึ่ง ร้องสายไหม หมดดูดัง หลอกทำพิธีแก้กรรม-เรียกสามีคืน สูญ 40 ล้าน

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 มิ.ย.69 พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ พร้อม พ.ต.ท.พีระวัฒน์ สุขรมณ์ รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ ได้สอบปากคำผู้เสียหาย และตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงใบสรุปค่าใช้จ่ายที่ให้ตำรวจ เพื่อให้ทำคดีดังกล่าวให้ ซึ่ง พ.ต.อ.ทศพล ยืนยันว่าบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจและเรียกเงินค่าดำเนินการนั้น ไม่ใช่ตำรวจ ยืนยันจะดำเนินคดีกับคนฉ้อโกงทุกราย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดี ไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว

ซึ่งกรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่า ถูกตำรวจเรียกเก็บค่าดำเนินคดีนั้น เกิดขึ้นหลังจากผู้เสียหายถูกหลอกทำพิธีเรียกผัวคืน จนต้องสูญเงินกว่า 40 ล้านบาท พอรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อจะมาแจ้งความ

กระทั่งวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนที่ทำงานบอกว่ารู้จักกับคนชื่อ “เล็ก” อ้างตัวเป็นฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ซึ่งนายเล็ก ก็ได้มาพร้อมกับชายอีกคน อ้างว่าเป็น ผู้กองนนท์ ก่อนพาผู้เสียหายมาแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ วรรณสัมผัส สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ โดยได้นัดสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานในวันที่ 30 ม.ค.

เมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายก็มาพร้อมกับ นายเล็ก และผู้กองนนท์ จากนั้นพนักงานสอบสวนก็ได้รับคำร้องทุกข์ ดำเนินคดีฉ้อโกงกับผู้ต้องหา จากนั้นประมาณกลางเดือน มี.ค. ผู้เสียหายโทรมาหาพนักงานสอบสวนโดยตรงเพื่อติดตามคดี พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ต้องสูญเสียไปกว่า 1 แสนบาท จึงทราบว่าผู้เสียหายอาจจะถูกมิจฉาชีพหลอกซ้ำ ก่อนไปร้องสายไหมต้องรอด แล้วมาแจ้งความที่ สน.ประเวศ ดังกล่าว