รวบอดีตปลัดอำเภอพร้อมพวก 22 ราย นำต่างด้าวสวมสิทธิเด็กกว่า 300 ราย

“บิ๊กราญ” รองผบ.ตร.นำทัพทีมสืบสวน “พล.ต.ท.นพศิลป์” ร่วมมหาดไทย ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการทลายทะเบียน G เทา รวบอดีตปลัดอำเภอพร้อมพวก 22 ราย นำต่างด้าวสวมสิทธิเด็กกว่า 300 ราย

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. การสั่งนำทัพโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบภาค 5 และ สืบสวน จ.เชียงราย สภ.เวียงแก่น สนธิกำลังร่วมกับ ฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” ปราบปรามขบวนการทุจริต นำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กอักษร G ทำบัตรประจำตัว

โดยคณะพนักงานสอบสวน ขอศาลออกหมายจับ ผู้กระทำความผิด จำนวน 27 หมาย มีผู้ต้องหา 22 ราย ซึ่งมีอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จำนวน 1 ราย, สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 2 ราย บุคคลผู้สวมรายการ จำนวน 19 ราย พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นทั้งหมด 6 เป้าหมาย บ้านพักอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น ณ อ.เวียงเชียงรุ้ง บ้านภรรยาอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น อ.เมืองเชียงราย บ้านพักสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 2 เป้าหมาย บ้านพักบุคคลผู้สวมรายการ อ.ดอยหลวง และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่น อ.เวียงแก่น

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจตั้งด่านตรวจความมั่นคง ช่วงเดือนพ.ย.68 ตรวจพบชายต่างด้าว ลักลอบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทย จากการตรวจค้นพบเงินสด จำนวน 140,000 บาท โดยชายต่างด้าวอ้างว่านำมาใช้ในการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ต้องสงสัยว่ามีการทุจริตจัดทำทะเบียนนักเรียนที่เลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G และมีการนำบุคคลต่างด้าวมาดำเนินการสวมตัวทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย จำนวน 4 ราย ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติม

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการแนวทางการสืบสวนพบว่าตัวบุคคลที่เข้ามาสวมสิทธิ์เหล่านี้เป็นคนต่างด้าวหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน พม่า ลาว และ เวียดนาม ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือยาเสพติดและเมื่อได้บัตรเหล่านี้ไป ก็จะเกิดความสะดวกในการใช้ชีวิตและมีสิทธิ์ต่าง ๆ อาทิ การเดินทาง การเปิดบัญชีธนาคาร การทำธุรกรรม และอาจนำไปสู่การได้สัญชาติโดยมิชอบในอนาคต รวมทั้งอาจนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดมาฟอกหรือซื้อทรัพย์สินต่อไป ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

จากการสอบปากคำผู้สวมบัตรบางรายให้การรับสารภาพว่า ภายในกลุ่มลับของเพื่อนต่างชาติที่ประกอบอาชีพในประเทศไทย มีการแจ้งว่าสามารถทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วยเลข “0” ได้ โดยถ้าถือครองสัก 4-5 ปีจะสามารถเปลี่ยนเป็นบัตรประชาชนได้ โดยติดต่อชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ท่าขี้เหล็กชื่อ TUN LIN อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งมีแจ้งราคากับในการจัดทำอยู่ที่ 100,000 เพื่อแลกกับการถือบัตรดังกล่าว

นอกจากนี้ตรวจสอบพบว่ามีการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยนำบุคคลต่างด้าวซึ่งไม่ใช่เจ้าของรายการที่แท้จริงมาสวมรายการนักเรียนที่เลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2568 พบรายการที่น่าเชื่อว่ามีความผิดมากกว่า 200 ราย

อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงร่วมมือกับกรมการปกครองและภาคีเครือข่ายดำเนินการกับขบวนการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยจากขยายผลในทุกมิตินำผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีไปต่อไป