ชัชชาติแง้มแผน ‘ปลดล็อกห้องแถว’ 4.5 แสนห้อง ปั้น ‘Incubation Hub’ บูสต์ศก. ช่วยคนตัวเล็ก

ชัชชาติ หาเสียงตลาดกระทรวงการคลัง ดันแก้ข้อบัญญัติล้าสมัย ‘ปลดล็อกห้องแถวเก่า’ 4.5 แสนห้อง ปั้น ‘Incubation Hub’ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ ปีละ 1,000 คน

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ตลาดนัดกระทรวงการคลัง เขตพญาไท กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียง พร้อมทีม ‘กรุงเทพฯ ทำงาน‘

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินทางมาถึงบริเวณตลาดนัดกระทรวงการคลัง โดยรถแห่พร้อมกับ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ กทม.

ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง นายชัชชาติได้พบปะประชาชนท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีประชาชนจำนวนมากออกมาต้อนรับ เข้ามาทักทาย พูดคุย และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะเดียวกัน นายชัชชาติได้เดินจับมือสอบถามสารทุกข์สุกดิบ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง พร้อมแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายกว่า 250+ นโยบาย

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวถึงภาพรวมนโยบายเศรษฐกิจ และตอกย้ำ Incubation Hub (ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ) ว่า มิติหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องเศรษฐกิจของเมือง ถ้าเกิดดูในกรุงเทพฯ เรามีเศรษฐกิจที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่ คือ ตัวห้องแถว เรามีห้องแถวอยู่ในกรุงเทพฯ มากกว่า 450,000 ห้อง นับเป็น 22% ของอาคารทั้งหมด หลายห้องแถวไม่สามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมาย เช่น อยากจะดัดแปลงเป็นอาคารพาณิชย์ ธุรกิจการค้า ดัดแปลงเป็นโรงแรม จะมีข้อปัญหาขัดข้องหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องพื้นที่จอดรถ เว้นระยะร่น เรื่องความสูงของอาคาร ชั้นสองถ้าน้อยกว่า 3 เมตร ก็ไม่สามารถดัดแปลงเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ทำให้เราไม่สามารถเอาพื้นที่พวกนี้มาใช้ได้อย่างมีประโยชน์ และเป็นจุดที่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสด้วย

Advertisement

“เพราะว่าจริงๆ แล้ว กระบวนการการจะขอดัดแปลงอาคาร มีความยากมากกว่าขออาคารใหม่ เพราะว่าการขอดัดแปลงอาคาร คืออาคารเก่าที่ออกแบบไว้นานแล้ว พอดัดแปลงอาคาร มันต้องใช้กฎระเบียบซึ่งอาจจะไม่ทันสมัยแล้ว ทำให้มีปัญหา” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นแนวทางนโยบายที่จะทำตอนเข้าไป คือ อยากจะปรับข้อบัญญัติให้สามารถนำห้องแถวเก่า 400,000 กว่าหน่วย เอามาใช้ประโยชน์ ให้มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจกลับคืนมาได้ โดยการปรับข้อบัญญัติที่อาจจะล้าสมัย เช่น ที่จอดรถ ปัจจุบันมีห้องแถวอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งจะมีเรื่องของระยะเว้นหรือความสูงระหว่างชั้น เพิ่มความปลอดภัยเข้าไป เช่น ระบบดับเพลิงต่างๆ

“จริงๆ ในสมัยที่แล้ว เราเอาข้อบัญญัตินี้เข้า สภากทม. ไปหนนึงแล้ว แต่ไม่ผ่าน ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องเวลานิดนึง ทุกวันนี้เราพยายามจะทำตรงนี้ให้พื้นที่กลับไปมีประโยชน์กับชุมชน และอาจทำให้มีพื้นที่ที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานขึ้น คนไม่ต้องอยู่ไกล

เมื่อสักครู่แม่ค้าบางคนก็บ่นว่าบ้านอยู่สะพานใหม่ ต้องนั่งรถไฟฟ้าเข้ามาไกล ก็สามารถเอาพื้นที่ห้องแถวต่างๆ มาเป็นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ได้ ทำให้มีพื้นที่เศรษฐกิจมากขึ้น แล้วมันจะเกี่ยวกับกทม.ด้วย” นายชัชชาติกล่าว และว่า

กทม. มีห้องแถวเก่าอยู่ตรงซอยสวนมะลิ ประมาณ 40 ห้อง ซึ่งคดีความเพิ่งจบไป โดยในอนาคตจะนำห้องแถวนี้กลับคืนมาพัฒนา โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ทำเป็นศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจใหม่ของเมือง และเป็นเหมือน Incubation Center

กล่าวคือจะเอาห้องแถวเหล่านี้มาเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่มีประสบการณ์ พื้นที่ขาย อยากจะเรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ ก็มาใช้ตรงนี้เป็นศูนย์บ่มเพาะทดลอง เช่น จะมีพื้นที่ให้ค้าขาย ทดลองทำโซเชียลมีเดีย มีครัวกลาง ให้ทำอาหารแล้วเอาของมาขายด้านล่าง จะเป็นส่วนที่ผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นห้องแถวเดิมและมีการดัดแปลงเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ตามรูปแบบใหม่ได้

“เราคาดว่าศูนย์บ่มเพาะนี้ถ้าเสร็จแล้ว จะสามารถผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ได้อย่างน้อยปีละ 1,000 คน เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมา โดยไม่ต้องลงทุนมาก เอาของที่มีอยู่แล้วมาปรับ ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น” นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย