
ไทยผนึก‘รมต.อาเซียน’
ถกแผนสันติภาพ‘เมียนมา’
หมายเหตุ – ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ นายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้แถลงข่าวผลการประชุมร่วมกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เทเรซา ลาซาโร
รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน
ขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ต่อนายสีหศักดิ์ และไทย ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและจัดเตรียมการต่างๆ เป็นอย่างดียิ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญเกี่ยวกับเมียนมา พร้อมกับขอขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนทุกท่านที่เดินทางมาร่วมประชุมและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการประชุมวันนี้ โดยยึดหลักตามแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้กล่าวไว้ว่า เมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและแยกออกจากอาเซียนไม่ได้ และพัฒนาการเกิดขึ้นในเมียนมา ทำให้พวกเราจำเป็นต้องทบทวนและกำหนดแนวทางใหม่ว่าอาเซียนควรมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไร จึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางของอาเซียนต่อเมียนมากำลังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน
การประชุมของเราในวันนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรามีความตั้งใจที่จะก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และช่วยสนับสนุนให้เมียนมาบรรลุทางออกที่สันติและยั่งยืน โดยยึดหลักฉันทมติ 5 ข้อ เป็นกรอบสำคัญ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (12 กค.69) ฟิลิปปินส์และไทยได้ร่วมกันจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับนายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา มีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม และถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบปะหารือแบบพบหน้ากันกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปี 2564
เราได้รับฟังการบรรยายสรุปอย่างครอบคลุมจากฝ่ายเมียนมา ได้อธิบายสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างละเอียด รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในการดำเนินมาตรการต่างๆ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามฉันทมติ5 ข้อ ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด เป็นต้น
ระหว่างการประชุม อาเซียนได้ยืนยันอีกครั้งว่า ฉันทมติ 5 ข้อยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักของอาเซียนในการรับมือกับสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับเมียนมา โดยได้หารือเชิงลึกถึงแนวทางปฏิบัติเป็นรูปธรรมในประเด็นต่างๆ เช่น การยุติความรุนแรง การส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ในประเด็นการยุติความรุนแรง เราได้รับทราบถึงความพยายามของทางการเมียนมา ในการเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงได้รับทราบมาตรการของทางการเมียนมาในการปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน และการย้ายนางออง ซาน ซูจี ไปยังสถานที่พำนักที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม อาเซียนเรียกร้องให้มีการดำเนินการเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อยุติการสู้รบ โดยเฉพาะการยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ดิฉันขอร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนในการเรียกร้องให้เกิดพัฒนาการเชิงบวก โดยเฉพาะในประเด็นสถานะของนางออง ซาน ซูจี ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเดินหน้าสู่กระบวนการเจรจาทางการเมืองระดับชาติสร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย
สำหรับความพยายามด้านมนุษยธรรม เราได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถปฏิบัติงานในเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับทราบถึงคำมั่นของรัฐบาลเมียนมาในเรื่องดังกล่าว
ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงแผนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มีเป้าหมายเพื่อขยายความร่วมมือด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียน เพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) องค์กรด้านมนุษยธรรม และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องของอาเซียนและเมียนมา
แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ใช่การประชุมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แต่เราถือว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการหารือจะดำเนินต่อไปในอนาคต และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมียนมาจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความคืบหน้าเป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ตามเป้าหมายของฉันทมติ 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองระดับชาติสร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ
แม้เราจะรับทราบถึงก้าวเชิงบวกที่เมียนมาได้ดำเนินการ แต่ก็ยังมีหลายด้านจำเป็นต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาสร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้เมียนมาสามารถค้นหาทางออกจากวิกฤตที่สันติและยั่งยืน ต้องเป็นกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตนเอง
ในระยะต่อไป ดิฉันหวังว่าการประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างอาเซียนกับเมียนมามากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของฉันทมติ 5 ข้อ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เราขยับเข้าใกล้การบรรลุแนวทางแก้ไขวิกฤตเมียนมาที่สันติและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้ร่วมเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เรามีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเมียนมา รวมทั้งหารือกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนด้วยกันเอง อย่างตรงไปตรงมาเปิดเผย และสร้างสรรค์ เกี่ยวกับแนวทางจะดำเนินการต่อไป
ประเทศไทยสนับสนุนแนวทางการมีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไข แนวทางที่เรากำลังผลักดันนั้น เป็นยุทธศาสตร์จะนำไปสู่การปฏิบัติตาม ฉันทมติ 5 ข้อของอาเซียน
ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศต่างยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนฉันทมติ 5 ข้อ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำให้ฉันทมติ 5 ข้อเกิดผลเป็นรูปธรรม ผมขอเน้นย้ำว่า แนวทางการกลับมามีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ เป็นกระบวนการทั้งสองฝ่ายต่างต้องดำเนินการไปควบคู่กัน
ฝ่ายอาเซียนกำลังยื่นมือเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ รับฟังสิ่งที่ฝ่ายเมียนมาต้องการสื่อสาร รับฟังพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันฝ่ายเมียนมาก็จำเป็นต้องยื่นมือเข้าหาอาเซียนเช่นกัน ด้วยการตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและของประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสิ่งที่เราทุกคนต้องการคือ สันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา
ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเมียนมาได้บรรยายสรุปให้เราทราบถึงสิ่งที่รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการ ทั้งในด้านกระบวนการสันติภาพ กระบวนการทางการเมือง ตลอดจนประเด็นอื่นๆ เช่น การปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ตามแนวชายแดน และยังได้อธิบายถึงแนวทางที่รัฐบาลเมียนมาตั้งใจจะดำเนินการต่อไป เพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ฝ่ายอาเซียนได้สื่อสารอย่างชัดเจนถึงความคาดหวังของเราว่าเราต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้นในระยะต่อไป เราตระหนักดีและมองสถานการณ์อย่างเป็นจริงว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถบรรลุผลได้ในชั่วข้ามคืนแต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วก็สามารถบรรลุผลได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องทีละขั้นตอน เป็นความคืบหน้าค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าความคาดหวังของอาเซียนต่อไปคืออะไร
ประการแรก คือการขยายพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมาจะเดินทางเยือนเมียนมา เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และหารือถึงแนวทางอาเซียนจะสามารถร่วมมือกับเมียนมาในการขยายการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ
ประการที่สอง เราขอเรียกร้องให้ลดความรุนแรงลงอีก โดยเฉพาะความรุนแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนและพลเรือน นอกจากนี้เรายังเรียกร้องให้เดินหน้าการเจรจาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน เราอยากเห็นความพยายามในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองเอื้อต่อการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มเติม รวมถึงการมีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในกรณีของนางออง ซาน ซูจี
นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เราจำเป็นต้องเดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วมนี้ต่อไป ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบลง ขณะเดียวกัน เราก็คาดหวังว่าฝ่ายเมียนมาจะพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการในระยะต่อไปจะต้องเป็น กระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของ และเมียนมาเป็นผู้มีบทบาทนำ
พวกเราในฐานะมิตรประเทศ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และในฐานะสมาชิกอาเซียนร่วมกัน เพราะเมียนมายังคงเป็นสมาชิกของอาเซียน เรายังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้เมียนมาสามารถกลับคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง
รมต.ตปท.เมียนมาแจง
ดูแล‘ออง ซาน ซูจี’อย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว ลาซาโรและนายสีหศักดิ์ได้เปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเชิญเมียนมามาประชุมจะทำให้เกิดความกังวลหรือความเสี่ยงหรือไม่ ลาซาโรกล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามยังมองว่านี่เป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นช่วงกระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นในสมัยบรูไนดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาแบบพบหน้ากัน อย่างที่นายสีหศักดิ์กล่าว มีสัญญาณบางประการสะท้อนให้เห็นว่ากำลังเกิดความเคลื่อนไหว ตัวอย่างชัดเจนคือ ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ดิฉันตั้งใจจะเดินทางไปดำเนินการในเมียนมา รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายเมียนมาแสดงความพร้อมจะออกใบอนุญาตให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่บางแห่ง ที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวอย่างมากสำหรับรัฐบาลเมียนมา
ด้านนายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ในขั้นตอนเดียว หรือภายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คิดว่าสถานการณ์กำลังค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป และการมีส่วนร่วมในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของเราก็คือ การพบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเราจะไม่ได้พบเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาเท่านั้น แต่เรายังมีแผนจะพบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังทำ จึงไม่ใช่การรับฟังหรือมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่เราต้องการดำเนินการอย่างเป็นกลางและให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
ลาซาโรกล่าวว่า เชื่อว่าในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะจัดขึ้นที่กรุงมะนิลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประเด็นสำคัญหลายเรื่องมีการหยิบยกขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหารือในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน คิดว่าสถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่อาจกำหนดกรอบเวลาใดๆ ได้ เพราะนี่คือกระบวนการต้องค่อยๆ ดำเนินไป แต่บางครั้งตัวกระบวนการเองมีความสำคัญมากกว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่เราจะไปถึง
ลาซาโรยังกล่าวว่า การที่เราได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาในวันนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญ เพราะครั้งล่าสุดมีการพบหารือกับเมียนมา น่าจะเป็นเมื่อปี 2564 เป็นปีที่อาเซียนออกฉันทมติ 5 ข้อ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการประชุมในลักษณะนี้อีก ดังนั้นการพบกันในวันนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลง
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อาเซียนได้กำหนดเส้นตายใดๆ ไว้ เพราะการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเมียนมา ยังไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเป็นมติผู้นำอาเซียนร่วมกันตัดสินใจ หากพิจารณาในแง่นี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไปจะมีขึ้นในช่วงปลายปี จะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอาเซียนจะทบทวนและประเมินว่า เมียนมามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นหลักต่างๆ หรือไม่ จะเป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาสถานะและการมีส่วนร่วมของเมียนมาภายในอาเซียนต่อไป
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในระหว่างการบรรยายสรุป รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันว่า นางออง ซาน ซูจี ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าเธอสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่จำเป็น และมีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่อาเซียนแสดงความเห็นว่า หากผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนได้รับโอกาสให้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ด้วยตนเอง ก็จะเป็นเรื่องดียิ่งกว่า เพราะจะทำให้อาเซียนสามารถตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ชี้แจงต่อที่ประชุม
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันต่อหน้ารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทุกคนว่า นางออง ซาน ซูจีได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงพร้อมจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย ขณะนี้กระบวนการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและเตรียมการในหลายด้าน แต่คงต้องขอให้รอจนกว่าการพบหารือเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้




