ในยุคที่โลกธุรกิจต้องเผชิญกับความผันผวน ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วิกฤตเศรษฐกิจ โรคระบาด และการแข่งขันที่ไร้พรมแดน หลายองค์กรเลือกที่จะ “หยุดนิ่ง” เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่สำหรับ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ภายใต้การนำของ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลับมี DNA ในการดำเนินธุรกิจที่สวนทาง นั่นคือ “ทุกวิกฤตมีโอกาส และทุกครั้งที่เกิดวิกฤต คือช่วงเวลาแห่งการลงทุน”

สยามพิวรรธน์ ได้ยกระดับตัวเอง ตั้งเป้าหมายเป็น “Game Changer” ที่ต้องการสร้างเมือง สร้างจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) และดึงดูดสายตาคนทั้งโลกให้หันมามองประเทศไทย นี่คือเรื่องราวขององค์กรที่เชื่อว่า Make the Impossible Possible หรือ การทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้จริง

4 ภารกิจหลัก เข็มทิศแห่งการเป็น Game Changer
จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของสยามพิวรรธน์ เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกของไทยอย่าง Siam Intercontinental Hotel โดยมองว่าการพลิกเกมที่แท้จริงคือ “การสร้างเมือง” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 4 ภารกิจหลักที่กลายเป็นแนวทางทำธุรกิจของสยามพิวรรธน์ ได้แก่
- สร้างโครงการ Prototype ต้องเป็นต้นแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เป็นการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
- เลือกพันธมิตรระดับเยี่ยมยอด คัดกรองและร่วมมือกับคู่ค้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด และต้องดูแลกันอย่างดีที่สุด
- เอื้อประโยชน์ต่อสังคม โครงการต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และให้คนในสังคมได้เข้ามาใช้ประโยชน์
- นำไทยสู่เวทีโลก ดึงดูดคนทั่วโลกให้มาเยือนและประทับใจประเทศไทย
ภารกิจเหล่านี้คือจุดกำเนิดที่ทำให้เกิดย่านที่เรียกว่า “สยาม” และทำให้ชื่อนี้กลายเป็นทำเลทองที่ถูกเรียกขานมาจนถึงปัจจุบัน

เติบโตบนรอยต่อของ “วิกฤต” และ “การเปลี่ยนแปลง”
ประวัติศาสตร์ของสยามพิวรรธน์ผูกพันอยู่กับทุกบริบทของประเทศไทย ทั้งการลอยตัวค่าเงินบาท การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วิกฤตต้มยำกุ้ง จนถึงวิกฤตโควิด ซึ่งทุกครั้งสยามพิวรรธน์เลือกที่จะ “เร่งเครื่องลงทุน” เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีความหวัง
- กำเนิด Siam Paragon ในยุค IMF
หลังจาก Siam Intercontinental Hotel เปิดให้บริการมา 48 ปี สยามพิวรรธน์ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการปิดโรงแรม เพื่อสร้าง Siam Paragon ด้วยงบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในเวลานั้น ภายใต้แนวคิด “The Pride of Bangkok” เปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น Hub ของ Luxury Brand ที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล และเป็นตัวพลิกเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

- ก้าวข้าม Digital Disruption สู่การ “ขายประสบการณ์”
เข้าสู่ปี 2013 ยุคที่ E-commerce เฟื่องฟูและหลายคนมองว่าศูนย์การค้ากำลังจะตาย สยามพิวรรธน์ปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการประกาศว่า Siam Center และ Siam Discovery จะไม่ใช่ศูนย์การค้าอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ “ขายประสบการณ์”
- Siam Center (ผ่านการ Renovate มาถึง 7 ครั้ง) ถูกยกระดับเป็น The Ideaopolis เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ให้ทุกคนมาร่วมสร้างเทรนด์ที่นี่
- Siam Discovery กลายเป็น The Exploratorium พื้นที่แห่งการทดลอง Mix and Match ที่ตอบโจทย์สไตล์ของทุกคน

ICONSIAM จากคุณค่า สู่มูลค่าระดับโลก
การเริ่มต้นโครงการใหม่โดยร่วมทุนกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดิเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น เป้าหมายที่ชัดเจนคือสิ่งที่สำคัญ จากแนวคิดเดิมในการสร้างโครงการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทำให้เป้าหมายครั้งนี้คือ การสร้าง Global Destination สยามพิวรรธน์จึงมองไปที่ “แม่น้ำเจ้าพระยา” เส้นเลือดใหญ่ของไทยที่มีวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็น Landmark ที่คนทั่วโลกจดจำได้
นำไปสู่การตัดสินใจข้ามแม่น้ำมาสร้างบิ๊กโปรเจกต์ฝั่งธนบุรีด้วยงบ 50,000 ล้านบาทเมื่อ 13 ปีก่อน ถือเป็นความท้าทายขั้นสุด สยามพิวรรธน์ใช้หลักการ For the Greater Goods สร้างมูลค่าทวีคูณจากความร่วมมือ โดยใช้คำว่า “ศรัทธา” ในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ อาทิ ชวนสถาปนิก ศิลปิน และพันธมิตรจาก 4 ภูมิภาค 17 ประเทศ มาร่วมเป็น “Be Part of a Thai History” ทำให้เกิดการออกแบบโครงการที่จะชนะรางวัลระดับโลกที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่ขณะเดียวกันก็ทำความเข้าใจกับ 13 ชุมชนโดยรอบในรัศมี 1 กิโลเมตร ถึงความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่จำเกิดขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้คือ
- การยกระดับฝั่งธนบุรีให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เทียบชั้น Manhattan กับ New York
- การวางโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งท่าเรือ 4 แห่ง และรถไฟฟ้าสายสีทอง
- แบรนด์ระดับโลกยอมรับเงื่อนไขในการนำผลงานศิลปะหรือการออกแบบจาก “ศิลปินไทย” ไปตกแต่งภายในร้าน (เริ่มทำมาตั้งแต่ 7 ปีก่อน) ช่วยผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีโลก
- ปัจจุบัน 70% ของยอดขาย Luxury Brand ในไทย มาจากสยามพิวรรธน์ และมีกว่า 51 แบรนด์ที่เลือกเปิดตัวครั้งแรกที่นี่
ถอดรหัสสูตรสำเร็จ ฝ่าวิกฤตโควิด-19
ชฎาทิพ ยอมรับว่า วิกฤตที่หนักหน่วงที่สุดคือ “โควิด-19” นักท่องเที่ยว 35 ล้านคนหายไป ขณะที่บริษัทต้องแบกรับภาระหนี้มหาศาลและดูแลทั้ง 4 ศูนย์การค้า (Siam Paragon, Siam Center, Siam Discovery, ICONSIAM) สยามพิวรรธน์รับมือด้วยการตั้ง 3 ทีมรบ
- ทีมจัดการปัญหาเฉพาะหน้ารายวัน ตัดสินใจ “งดเก็บส่วนแบ่งรายได้หรือค่าเช่า” จากร้านค้าตลอดช่วงเวลา 3 ปี เรียกว่าสยามพิวรรธน์และร้านค้าพันธมิตรจะต้องอยู่รอดไปด้วยกัน
- ทีมปรับโครงสร้างองค์กร ทำงานร่วมกับที่ปรึกษา เพื่อรวบรวมข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
- ทีมวางแผนอนาคต วาง Roadmap เพื่อพาองค์กรออกจากวิกฤต
กุญแจสำคัญ 2 ประการที่ทำให้รอดพ้นวิกฤตมาได้คือ Communication การสื่อสารให้ทุกฝ่ายเห็นถึงโอกาสและความหวัง และ Speed ลงมือทำอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง ส่งผลให้เพียง 6 เดือนหลังวิกฤตโควิด รายได้ของบริษัทเติบโตถึง 24%

Mindset แห่งความสำเร็จของ สยามพิวรรธน์
- คู่ค้าคือ “เพื่อนตาย” ถ้าร้านค้าอยู่ไม่ได้ สยามพิวรรธน์ก็อยู่ไม่ได้ การเรียนรู้และทำงานร่วมกันทุกวันคือหัวใจสำคัญ
- มองให้ครบ 360 องศา ฐานข้อมูล Membership คือเข็มทิศที่ช่วยคาดการณ์อนาคต 5 ปีข้างหน้า แต่ก็พร้อมปรับเปลี่ยนเสมอ
- สร้าง Ecosystem ไม่ใช่แค่ที่ขายของ เช่น การจัดงาน Bangkok Watch Week ที่เริ่มจากการให้ความรู้ สร้างคอมมูนิตี้นักสะสมนาฬิกา แล้วการซื้อขายจะตามมาเอง
- ปรับ Footprint ตลอดเวลา แม้ไม่ได้มีโครงการใหม่ทุกปี แต่การปรับปรุงพื้นที่ภายใน นำแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามา สามารถเพิ่มรายได้ขึ้น 25% ในทุกครั้ง
- ทีมเวิร์คคือที่หนึ่ง ธุรกิจนี้บริการนำหน้า พนักงาน รปภ. มีความสำคัญเท่ากับผู้บริหาร เพราะคือด่านหน้าที่ลูกค้าพบเจอ ทุกคนคือฟันเฟืองแห่งความสำเร็จที่ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน

ก้าวต่อไปสู่ Future of Retail
สยามพิวรรธน์ยังคงไม่หยุดนิ่ง โดยทิศทางในอนาคตของสยามพิวรรธน์ มี 2 ส่วนสำคัญ
- Revolution of Retail นำเสนอสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทำ Non-Retail ให้ผสานเป็น Retail สร้างคุณค่าให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้
- Global Expansion เตรียมขยายความสำเร็จของโมเดล ICONSIAM และ Luxury Hub สู่ตลาดต่างประเทศ โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในเอเชีย 2-3 ประเทศ ควบคู่ไปกับการลงทุนในประเทศ
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้สยามพิวรรธน์ยืนหยัดมาตลอด คือ “ความรับผิดชอบ” ต่อพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตร การทำธุรกิจมีเรื่องราวมากมายเหมือนลิ้นชักเป็นร้อยๆ ช่อง ที่เราไม่สามารถเปิดพร้อมกันได้ แต่เราต้องจัดลำดับและใหัความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น
สยามพิวรรธน์ ได้พิสูจน์แล้วว่า การคิดใหญ่ คิดละเอียด และกล้าลงทุนในวันที่คนอื่นถอย คือสุดยอด Game Changer ที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




