รบ.ลุยแก้ ‘กม.จัดซื้อจัดจ้าง’ เลิกยึดราคาต่ำสุด จัดการคู่สัญญาทำรัฐเสียหาย


21 มิ.ย. 2569 | 13:12น.
รัฐบาล ลุยแก้ กม.จัดซื้อจัดจ้าง เลิกยึดราคาต่ำสุด จัดการคู่สัญญาทำให้รัฐเสียหาย

รัฐบาล ลุยแก้ กม.จัดซื้อจัดจ้าง เลิกยึดราคาต่ำสุด จัดการคู่สัญญาทำให้รัฐเสียหาย

รัฐบาล ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง เลิกแนวคิดยึดราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก เพิ่มอำนาจขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน หวังลดปัญหาโครงการล่าช้า-ยกระดับการใช้เงินแผ่นดิน ล่าสุด ‘ปกรณ์’ ชง ‘เอกนิติ’ แล้ว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล อยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชน

ล่าสุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบงานด้านกฏหมาย ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ว่าร่างกฎหมายที่จะปรับปรุงได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ขั้นตอนเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลพูดแล้วทำ เพราะสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ข้อ 22.4 ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ว่าจะปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้รัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่พิจารณาจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไข อาทิ ปรับหลักการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ ให้หน่วยงานพิจารณาประโยชน์ของราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าข้อเสนอด้านราคา พร้อมให้ดูต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานสินค้าและบริการ บริการหลังการขาย พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม และผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการประกอบกัน

“ประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาการใช้ราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก ทำให้หลายโครงการได้ผู้ชนะประมูลที่เสนอราคาต่ำ แต่ทำงานไม่ได้ตามสัญญา ทิ้งงาน หรือทำให้งานรัฐล่าช้า สุดท้ายประชาชนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้จริง

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า อีกประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง แล้วจึงแจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเวียนรายชื่อในระบบกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะนำไปสู่การลดความล่าช้าและปิดช่องผู้ประกอบการที่มีปัญหาไปเสนอราคากับหน่วยงานอื่นต่อ มากไปกว่านั้น ในร่างกฏหมายยังได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะปัจจุบันมีการอุทธรณ์แทบจะทุกโครงการก็ว่าได้ ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า

“การแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะทำให้การใช้เงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพขึ้น ได้งานที่มีคุณภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ลดปัญหาทิ้งงาน และช่วยให้โครงการภาครัฐเดินหน้าได้เร็วกว่าเดิมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม” น.ส.รัชดา กล่าว

ปก : แฟ้มภาพ