เดส์ชองส์ชมเอ็มบัปเป้อันตรายเสมอ มีดีพอทำลายสถิติได้อีกมาก

ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส กล่าวหลังจากที่ทีมตราไก่เอาชนะอิรัก 3-0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 แมตช์ที่สองของกลุ่มไอ ที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ทำให้ฝรั่งเศสการันตีผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แล้ว ว่า คีเลียง เอ้มบัปเป้ กองหน้ากัปตันทีมที่ยิง 2 ประตู ในเกมนี้ และยิงรวม 16 ประตู ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เทียบเท่ากับมิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานกองหน้าเยอรมนี ที่เคยเป็นผู้ยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลโลก ก่อนที่ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาจะทำลายลงได้ ด้วยการยิงรวมแล้ว 18 ประตูนั้น เอ็มบัปเป้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอ ติดทีมชาติไปแล้ว 100 นัด และจะยิงได้มากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน ถ้าถามว่าเอ็มบัปเป้จะเล่นฟุตบอลได้นานเหมือนที่เมสซี่หรือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ทำได้หรือไม่ ก็คงตอบไม่ได้ แต่ตอนนี้เขายังลงสนามได้อีกนาน

สำหรับแมตช์นี้ต้องพักเบรกไป 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีฝนตก ก่อนจะกลับมาแข่งขันได้ เดส์ชองส์กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาหนักมากๆ ทำให้พื้นสนามเปียก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ นักเตะหลายคนก็บอกแบบนั้น ช่วงที่พักก็เล่นไพ่กัน และต้องพยายามทำให้นักเตะพร้อมลุยอีกครั้งเมื่อสนามพร้อม เราสนุกกันมากในช่วงเบรก ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าจะกลับมาแข่งขันได้หรือไม่ และได้ตอนไหน ซึ่งตอนนั้นเวลาที่ยุโรปก็เกือบจะเช้าแล้ว หวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

กุนซือทีมตราไก่กล่าวอีกว่า อุสมาน เดมเบเล่ กองหน้าดีกรีบัลลงดอร์ ที่ยิงประตูแรกของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ได้แล้ว เขาไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น แค่ต้องปรับกับระบบที่เราไม่ได้เล่นกันมานาน ถ้าร่างกายเขาฟิตพอ และปรับเข้ากับระบบได้ดีแล้ว ก็จะกลับมายิงประตูได้แน่นอน แบบที่ทำได้ในวันนี้

เกมต่อไป ฝรั่งเศสจะกับนอร์เวย์ ในคืนวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ยิลเล็ตต์ สเตเดียม บอสตัน สหรัฐอเมริกา ส่วนอิรักจะพบกับเซเนกัล วันและเวลาเดียวกัน ที่สนามบีเอ็มโอ ฟิลด์ ประเทศแคนาดา