การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ AirAsia MOVE ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เป็นเวลา 3 ปี ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางกว่า 17 ล้านรายต่อเดือนของ AirAsia MOVE ตลาดจีน อินเดีย และมาเลเซีย ยังถือเป็น Top 3 ของไทย พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ไปยัง 77 จังหวัดทั่วไทย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ AirAsia MOVE ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Platform Economy ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 เสาหลักของ Amazing 5 Economy ที่ ททท. ใช้เป็นแนวทางในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับ Life Economy, Night Economy, Subculture Economy และ Circular Economy
ภายใต้กรอบการทำงานร่วมกันระหว่าง ททท. และ AirAsia MOVE ตลอดระยะเวลา 3 ปี ทั้งสององค์กรจะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยผสานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางและศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลของ AirAsia MOVE เข้ากับแคมเปญ “5 Must Do in Thailand” ของ ททท. ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจโดยตรงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่นทั่วประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศไทย พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอด 365 วัน เพื่อสร้างการกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
“ด้วยข้อมูลการท่องเที่ยวจากผู้ใช้งาน AirAsia MOVE กว่า 17 ล้านรายต่อเดือน สามารถนำข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทางมาสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities) และแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของการท่องเที่ยวไทยในอนาคต”
นางสาวนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ททท. ในครั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า AirAsia MOVE พร้อมใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์ม ฐานผู้ใช้งานระดับภูมิภาค และข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทาง เพื่อเปลี่ยนความต้องการในการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และไร้รอยต่อ เราไม่ได้เพียงเชื่อมโยงนักเดินทางจากทั่วโลกสู่ประสบการณ์ท้องถิ่น แต่ยังช่วยสร้างอุปสงค์ทางการท่องเที่ยว ส่งต่อโอกาสสู่ผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
เผยอินไซน์ 7 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยครึ่งปีแรก
AirAsia MOVE เผยข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวและแนวโน้มสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยอ้างอิงจากข้อมูลการจองและพฤติกรรมนักเดินทางบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE ทั่วภูมิภาค
- เอเชียยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย
มาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE สะท้อนถึงความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยที่ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องจากทั่วภูมิภาคเอเชีย
- กลุ่ม Millennials และ Gen Z ยังคงเป็นกำลังสำคัญของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นักเดินทางอายุ 30–39 ปี ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในหลายตลาดสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัวและมีความหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย วัฒนธรรม อาหาร และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
- การท่องเที่ยวแบบอิสระ (FIT) กลายเป็นรูปแบบการเดินทางหลัก
นักเดินทางแบบ Solo Traveller มีสัดส่วนสูงถึง 59.57% ของการจองทั้งหมด สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวแบบอิสระ (Free & Easy Travel) และการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์สู่การออกแบบประสบการณ์การเดินทางด้วยตนเอง
- อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สำคัญของประเทศไทย
นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสำหรับประเทศไทย โดยนักเดินทางแบบครอบครัวและกลุ่มใหญ่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 43% ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินทางมายังประเทศไทย และจำนวนมากมีระยะเวลาพำนักอยู่ระหว่าง 7–15 วัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังสร้างใช้จ่ายต่อการจองสูงที่สุดบนแพลตฟอร์มอีกด้วย
- อินโดนีเซียสะท้อนศักยภาพด้านความภักดีต่อแบรนด์และโอกาสการเติบโตของตลาดคุณภาพ
แม้นักเดินทางแบบคู่รักจะมีสัดส่วน 24.71% ของการจองจากอินโดนีเซีย แต่ข้อมูลยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งของนักเดินทางอินโดนีเซียกับระบบนิเวศของ AirAsia MOVE โดย 73.4% ของจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายมาจากสมาชิก AirAsia Members สะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์และแนวโน้มการเดินทางซ้ำในระดับสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับจุดหมายปลายทางอย่างกระบี่ เชียงใหม่ และสมุย ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่น ธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการพักผ่อนที่มีคุณภาพ
- สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดระยะไกลที่มีมูลค่าสูง
นักเดินทางอายุ 50 ปีขึ้นไป คิดเป็น 32% ของนักเดินทางจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกตลาด โดยมีอัตราการจองแบบไป-กลับสูงถึง 77% สะท้อนถึงพฤติกรรมการพำนักระยะยาว การใช้จ่ายในระดับสูง และการใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่การเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- นักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกยังคงเป็นกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังใช้จ่ายสูง
นักเดินทางจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยังคงแสดงศักยภาพด้านการใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง โดยมากกว่า 70% นิยมเดินทางมาพำนักในประเทศไทยระหว่าง 1–5 วัน ซึ่งสร้างโอกาสสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียม การท่องเที่ยวระยะสั้น การท่องเที่ยวเชิงเทศกาล และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ
ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัว มีคุณค่า และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดย AirAsia MOVE ยังคงมุ่งมั่นในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวในการทำความเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ และเชื่อมโยงนักเดินทางสู่ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของประเทศไทยอย่างไร้รอยต่อ
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา






