จ่อชง ครม. “มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ” ให้อำนาจค้นกระเป๋า นร.กลุ่มเสี่ยง


08 ส.ค. 2569 | 17:12น.
ยศชนัน จ่อชง “มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ” เข้า ครม.ภายใน 90 วัน

5 กระทรวงเพื่อไทย ถกกาง 6 แผน ดัน “มาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา 90 วัน” เสนอ ครม. ยกเครื่องคัดกรองสุขภาพจิต-ชู Zero Tolerance สกัดปมบูลลี่-ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ ป้องกันการก่อเหตุรุนแรง-สะเทือนขวัญซ้ำ ศธ.เตรียมออกประกาศให้อำนาจผู้บริหาร-ครูฝ่ายปกครอง ค้นกระเป๋านักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้

นานยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.), นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมร่วมกันกำหนดมาตรการฉุกเฉินและกรอบป้องกันความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในโรงเรียนทั่วประเทศ จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงครูและเพื่อนนักเรียนภายในสถานศึกษาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย 

นายยศชนัน แถลงหลังการประชุมว่า ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันทำอย่างดีที่สุดเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและประชาชน ยืนยันว่าลูกหลานทุกคนต้องมีความปลอดภัยในรั้วโรงเรียน และเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก 

นายยศชนัน กล่าวต่อ สำหรับกรอบการทำงานได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ1. “แผนเปิดโรงเรียน” ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นฉุกเฉิน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจและการคัดกรองความปลอดภัยเบื้องต้น ประกอบด้วย 1.การจัดช่องทางขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ ผ่านกรมสุขภาพจิต และกระทรวง พม. อาทิ สายด่วน 1300 และ 1323 ระบบแชต และระบบนัดหมาย ร่วมกับนักจิตวิทยาประจำพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการศึกษาในสังกัด อว. และพม.

2.จัดส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงพื้นที่เชิงรุกในโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อดูแลนักเรียน ครู และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยในวันแรกของการเปิดเรียนจะมีการจัดกิจกรรมเยียวยาจิตใจตามมาตรฐานสากล

3. ยังมีคำสั่งให้ปิดห้องเรียนจุดเกิดเหตุอย่างชั่วคราว

4. จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ปกครองเข้ามาสังเกตการณ์บุตรหลานโดยต้องผ่านการลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัย

5. เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจรุนแรงสามารถย้ายสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม

และ 6. กำหนดมาตรการชั่วคราวในการตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียนทันที

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า 2.การจัดทำ “มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 90 วัน เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกกระทรวงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน โดยมาตรการระยะยาวนี้ครอบคลุม คือ 1.การคัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครูเป็นประจำ

2.การวางระบบส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ 3.การจัดหลักสูตรอบรมครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา (Train the Trainer) ให้มีความรู้ในการประเมินและปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น 4.การเปิดช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิบนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้เด็กและบุตรหลานระบายหรือแจ้งปัญหาที่ไม่อาจพูดในพื้นที่อื่นได้

5. การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในหลากหลายมิติพร้อมตรวจสอบจุดเสี่ยง 6.การยึดหลัก Zero Tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (Bullying) 7. การส่งเสริมความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียน และ 8.ตลอดจนการคัดกรองบุคคลและสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างรัดกุม

“ขอฝากถึงผู้ปกครอง ให้ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมของลูกหลาน หากพบความเปลี่ยนแปลง ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์ ขอย้ำว่าการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพจิตอย่างถูกวิธี” นายยศชนัน กล่าว

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น และขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วม 4 กระทรวง ในเวลา 14.30 น. กระทรวงศึกษาธิการได้จัดการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ด่วนที่สุดไปยังสถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ทั้ง สพฐ., อาชีวศึกษา, สช., และ สกร.

เพื่อถ่ายทอดแนวทางและประกาศยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเตรียมออกประกาศกระทรวงอย่างเป็นทางการในการให้อำนาจผู้บริหารและครูฝ่ายปกครองสามารถตรวจค้นกระเป๋าและสิ่งของของนักเรียนในกลุ่มเสี่ยงได้เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธทุกประเภท ทั้งมีดและปืน 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้สั่งการให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ปิดการเรียนการสอนตลอดทั้งสัปดาห์หน้าเพื่อประเมินสถานการณ์และปรับปรุงมาตรการภายใน ส่วนการช่วยเหลือบุคลากร ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมมาตรการเยียวยาครอบครัวของคุณครูที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งจากกองทุนของกระทรวง สวัสดิการ ช.พ.ค. เงินสงเคราะห์จากรัฐบาล รวมถึงการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษในฐานะผู้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่

“แม้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนราว 3,500 คน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้มาก่อน รัฐบาลและทุกหน่วยงานจึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันให้เข้มงวดที่สุดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

ขณะที่ นายนิกร กล่าวว่า การเข้ามาเสริมการทำงานของพท.ใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1. พม. จะจัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาของกระทรวง เข้าร่วมกับทีมกรมสุขภาพจิตและกระทรวงศึกษาธิการเพื่อลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างครอบคลุม

2.การบูรณาการระบบรับแจ้งเหตุ โดยจะเชื่อมโยงศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน 1300 ของ พม. เข้ากับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อให้การประสานงานและส่งต่อข้อมูลกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

และ 3. พม. จะนำโศกนาฏกรรมครั้งนี้มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานรองรับเด็กและสถานศึกษาในสังกัดของ พม. ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่หรือเหตุร้ายในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

นอกจากนี้ ทางด้านผู้แทนจากกรมสุขภาพจิตได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการดูแลจิตใจเด็กและสถาบันครอบครัว ว่าการดูแลเด็กหนึ่งคนให้เติบโตอย่างปลอดภัยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนในชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้นำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน HERO OBEC Care มาใช้ครอบคลุมกว่าร้อยละ 85 ของโรงเรียนทั้งหมดแล้ว เพื่อช่วยประเมินและคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตของเด็กในมิติต่างๆ อย่างมีระบบ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการส่งเสริมการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อสร้างคนรับฟังที่เด็กไว้วางใจ แทนการปล่อยให้เด็กเสพสื่อฝ่ายเดียวจนเกิดความกดดันสะสม