
ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 25 มิถุนายน หลังผลประกอบการและการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิปอย่าง Micron Technology และ Qualcomm ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับกระแสการลงทุนในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ร้อนแรง ซึ่งผลักดันให้หุ้นทั่วโลกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปก่อนหน้านี้
ตลาดหุ้นที่กลุ่มเทคโนโลยีในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก หลังจาก Micron เปิดเผยว่าลูกค้าได้ทำสัญญาสั่งซื้อชิปหน่วยความจำของบริษัทแล้วเป็นมูลค่ารวม 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Qualcomm คาดการณ์ว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัทจะสร้างยอดขายได้ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2029
ดัชนี MSCI Asia-Pacific ex-Japan ซึ่งวัดผลการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 1.3% ในการซื้อขายช่วงเช้า ด้านดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของโลกในปี 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.5%
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.5% และสัญญาล่วงหน้าของดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 1.8%
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG Group กล่าวว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนที่จำเป็นอย่างมากหลังจากตลาดปิดตลาด เมื่อ Micron รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ข้อมูลบางส่วนเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวของแรงเก็งกำไรในวงกว้าง ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยท้าทายต่อพลวัตหุ้นเทคโนโลยีในระยะสั้น
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นักลงทุนกังวลว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจปรับตัวสูงเกินพื้นฐานไปมาก หลังจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงไม่เชื่อมั่นว่าหุ้น AI จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่แพงเกินไปยังคงอยู่
ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่เริ่มเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ ภายหลังมีข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 73.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ ลดลง 0.38% มาอยู่ที่ 70.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาทองคำสปอตร่วงลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในปี 2026 เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลกดดันตลาดทองคำ โดยราคาทองคำล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3,990 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา




