ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คลองโอ่งอ่างค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในย่านที่น่าเดินเล่นอีกย่านของกรุงเทพฯ จากพื้นที่ริมน้ำเก่าแก่ที่เคยเป็นเพียงทางผ่าน สู่ย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยศิลปะ วิถีชีวิต และเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และล่าสุด ย่านนี้ก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อย่าง COF AND COW คาเฟ่และร้านบรันช์ที่เพิ่งเปิดตัวบนถนนบริพัตร ติดกับคลองโอ่งอ่าง ภายในอาคารเก่าที่ถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Slow Down and Explore Old Town’ ชวนคนเมืองให้ชะลอจังหวะชีวิตลงสักนิด แล้วใช้เวลากับกาแฟดีๆ มื้ออาหาร และเสน่ห์ของเมืองเก่า
แต่สิ่งที่ทำให้ COF AND COW สาขานี้แตกต่างจากคาเฟ่เปิดใหม่ทั่วไป อาจไม่ใช่เพียงงานออกแบบหรือกาแฟสเปเชียลตี้ หากเป็นความตั้งใจในการหยิบเรื่องราวของชุมชนรอบข้างมาตีความใหม่ผ่านอาหารและเครื่องดื่ม ทุกเมนูในร้านล้วนเชื่อมโยงกับผู้ผลิต วัตถุดิบ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่รายล้อมคลองโอ่งอ่างและย่านเมืองเก่า


Coffee Crafts Community
เบื้องหลัง COF AND COW สาขาคลองโอ่งอ่าง ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านแห่งใหม่ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในโอกาสครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ที่เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จำนวน 5 คน
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งทศวรรษก่อน พวกเขามองเห็นปัญหาร่วมกันของนักศึกษาที่กำลังมองหาพื้นที่นั่งทำงานพร้อมกาแฟดีๆ และอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้จริง จนเกิดเป็นแนวคิด Coffee & Co-working Space ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างใหม่ในเวลานั้น ก่อนจะเติบโตและขยายสู่สาขาต่างๆ ในเวลาต่อมา
เมื่อผู้คนเปลี่ยนไป บทบาทของ Co-working Space กลายเป็นเรื่องปกติในร้านกาแฟยุคใหม่ COF AND COW จึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าร้านกาแฟควรเป็นอะไรได้มากกว่านั้น และคำตอบที่พวกเขาพบ คือการสร้างแต่ละสาขาให้เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของย่านนั้นๆ อย่างแท้จริง แทนที่จะทำร้านในรูปแบบเดียวกันทุกแห่ง
สาขาคลองโอ่งอ่างจึงกลายเป็นสาขาที่เล่าเรื่องชุมชนได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับผู้ผลิตรายเล็ก โรงงานเก่าแก่ และกิจการดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่รอบข้าง
ทีมผู้ก่อตั้งเล่าให้ฟังว่า ระหว่างการสำรวจย่านก่อนเปิดร้าน พบว่ากระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมมีจุดร่วมบางอย่างกับโลกของกาแฟสเปเชียลตี้ นั่นคือศาสตร์ การหมัก และความพิถีพิถันที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของเมนูบรันช์ประจำสาขานี้ ตั้งแต่เนยโฮมเมดที่เบลนด์เข้ากับกลิ่นอายสมุนไพรจีนอย่างอบเชย ลูกจันทน์เทศ และดอกเก๊กฮวย การเลือกใช้ซีอิ๊วดำสูตรโบราณจากโรงซีอิ๊วเก่าแก่ในย่านตลาดน้อยที่ยังคงรักษาหัวเชื้อดั้งเดิมจากเมืองจีน ไปจนถึงการนำซอสศรีราชาตราเหรียญทอง สูตรออริจินัลที่ผลิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 มาร้อยเรียงเข้ากับเมนูอาหารและเครื่องดื่มของร้าน


The Vibe
ทันทีที่เดินเข้ามาภายในร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่เห็นทั้งบาริสต้าและทีมครัวทำงาน บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเรียบง่าย มีตู้น้ำเก๊กฮวยโบราณของดีประจำชุมชนที่ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้าน
เมื่อเดินขึ้นไปยังชั้นลอย จะพบกับห้องกระจกที่มองเห็นการทำงานของครัว พร้อมโต๊ะกลางขนาดใหญ่สำหรับนั่งทำงานหรือพบปะพูดคุย ส่วนชั้น 2 ให้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น เหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างไม่เร่งรีบ
และในอนาคต ชั้นบนสุดของอาคารยังเตรียมเปิดเป็นห้องพักสไตล์ Slow Living เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตและสำรวจย่านเมืองเก่าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


เสน่ห์อีกอย่างของสาขาคลองโอ่งอ่าง คือการนำอาคารเก่ามารีโนเวตใหม่โดยยังคงเคารพบริบทของพื้นที่เดิมที่ชวนให้ผู้คนค่อยๆ ใช้เวลาไปกับการสำรวจย่านรอบข้าง และสาขาฉลองครบรอบ 10 ปี
สาขานี้จึงเปรียบเสมือนการรวบรวมดีเอ็นเอของทุกสาขาที่ผ่านมา ทั้งความอบอุ่นจากสาขาธรรมศาสตร์ ความเรียบง่ายแบบมินิมัลของเสนาณิคม และลายเซ็นด้านงานออกแบบจากสาขานางลิ้นจี่ ก่อนนำมาหลอมรวมเข้ากับเสน่ห์ของอาคารริมคลองโอ่งอ่าง ซึ่งผนังฝั่งหนึ่งเลือกใช้โทนสีที่อ้างอิงถึงประวัติศาสตร์การค้าเงินและทองของถนนบริพัตร ขณะที่อีกฝั่งจงใจสร้างพื้นผิวคล้ายงานดินเผา เพื่อระลึกถึงอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาของชุมชนชาวมอญในอดีต


The Taste
แม้บรรยากาศจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนอยากแวะเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้เราอยากกลับมาอีกครั้งคืออาหารและเครื่องดื่มของร้าน
เมนูแรกที่แนะนำให้สั่ง Old Cow Breakfast (220 บาท) เซ็ตอาหารเช้าคลาสสิก เสิร์ฟชาไทยร้อน เคียงคู่มากับไข่ลวก ขนมปังซาวโดว์เนื้อหนึบหนับทาเนยสมุนไพรรสยาจีน และชาเก๊กฮวยเย็นสูตรพิเศษ โดยไฮไลต์อยู่ที่ไข่ลวกเหยาะซีอิ๊วดำสูตรดั้งเดิมอายุกว่า 100 ปี จากโรงซีอิ๊วโชติสกุลรัตน์ ย่านตลาดน้อย
อีกจานสำหรับใครที่ต้องการอิ่มท้อง Sriracha Grilled Cheese (เริ่มต้น 250 บาท) แซนด์วิชกริลชีสขนมปังซาวโดว์อบร้อน สอดไส้ด้านในด้วยชีสมอสซาเรลล่า, เชดด้าชีส, พาร์เมซานครัสต์ และหัวหอมใหญ่คาราเมลไลซ์รสหวานละมุน เสิร์ฟมากับซอสสูตรพิเศษอย่างซอสพริกศรีราชาตราเหรียญทอง ที่สามารถเลือกความเผ็ดได้


ฝั่งเครื่องดื่ม เราได้ลอง SALTED CARAMEL MAC (140 บาท) กาแฟแก้วไฮไลต์ที่เราสั่งมาลิ้มลอง รสชาติกาแฟบอดี้แน่นโทนฟรุตตี้เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับความหวานเค็มกลมกล่อม นัว ละมุนของซอสซอลเต็ดคาราเมล ดื่มง่ายและเติมความสดชื่นในยามบ่ายได้ดีมาก
ICED MATCHA LATTE (160 บาท) ก็เป็นอีกแก้วที่น่าสนใจ มัทฉะจากเมืองอูจิถูกตีจนเนียนและเบลนด์เข้ากับนมได้อย่างกลมกล่อม ให้รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นคั่วชัดเจน แถมไม่หวานจนเกินไป
นอกจากนี้ ร้านยังมีไลน์ Craft Chocolate จากฟาร์มทั่วประเทศไทยให้เลือกชิมก่อนตัดสินใจสั่ง รวมถึงกาแฟ House Blend ที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับร้าน โดยเน้นโปรไฟล์รสชาติผลไม้และดอกไม้เป็นหลัก




Good for
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ที่กำลังตามหาคาเฟ่ใหม่ คนที่ชื่นชอบบรันช์ในบรรยากาศสบายๆ หรือใครก็ตามที่อยากใช้เวลาช่วงเช้าและบ่ายอย่างไม่เร่งรีบ การได้นั่งจิบชาเก๊กฮวยเย็น กินไข่ลวก และมองผู้คนเดินผ่านริมคลองโอ่งอ่าง อาจเป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้เราได้ช้าลงและมองเห็นเสน่ห์ของเมืองในอีกมุมที่ต่างออกไป
COF AND COW Khlong Ong Ang
Location: คลองโอ่งอ่าง ถนนบริพัตร (MRT สามยอด)
Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
Contact: 064-836-4298
Instagram: คอฟแอนด์คาว
Facebook: COF AND COW
Budget: ราคา 150-400 บาทต่อคน




