เพื่อนบ้านโวย บ้านข้างๆ ไฟไหม้ลามหามา วอดไปครึ่งหลัง ผ่านไป 6 เดือนยังไม่ชดใช้

เพื่อนบ้านโวย บ้านข้างๆ ไฟไหม้ลามหามา วอดไปครึ่งหลัง ผ่านไป 6 เดือนยังไม่ชดใช้ ตอนนี้เดือดร้อนหนัก อีกฝั่งยืนยันจะชดใช้ให้ 3 แสน แต่ช่างประเมินมา 7 แสนบาท

วันที่ 25 มิ.ย.2569 คุณกุ้ง อายุ 48 ปี ร้องเรียนกับข่าวสดออนไลน์ หลังบ้านถูกไฟไหม้กว่าครึ่งหลัง โดยไฟลุกลามจากบ้านข้างๆ แต่ยังไม่ได้รับค่าเสียหายมานานกว่า 6 เดือน

คุณกุ้ง เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 เวลา 19.00 น. เกิดไฟฟ้าลัดวงจรบ้านข้างๆ ย่านจอมทอง กรุงเทพฯ ทำให้เกิดไฟไหม้ และไฟนั้นลุกลามมายังบ้านของตน ทำให้บ้านของตนถูกไหม้ไปกว่าครึ่งหลัง

“ไฟไหม้ครั้งนั้ทั้ง 2 บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทางบ้านต้นเพลิงพ่อแม่เสียชีวิต และบ้านไฟไหม้ทั้งหลัง ส่วนบ้านของฉันนั้น ของใช้สำคัญเสียหายทั้งหมด เช่น รถจักรยานยนต์ที่ต้องใช้ทำมาหากิน หลังเกิดเหตุเดินทางไปแจ้งความทันที”คุณกุ้งกล่าว

คุณกุ้ง เล่าว่า จากนั้นตนพูดคุยกับลูกชายคนโตของบ้านหลังนั้น ในเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหาย โดยฝั่งนั้นบอกว่าจะขอมาพูดคุยหลังจัดงานฌาปนกิจของพ่อแม่จบ หลังจบงานแล้วตนได้พูดคุยและตกลงกับฝั่งนั้น โดยขอให้สร้างบ้านใหม่ให้ ซึ่งเขาตกลงจะสร้างให้ ทางเราติดต่อหาผู้รับเหมาและถามเรื่องราคา ซึ่งผู้รับเหมาประเมินราคาได้ 7 แสนบาท เพราะบ้านของตนเป็นบ้าน 2 ชั้น (ครึ้งปูนครึ่งไม้) และทางพี่คนโตของบ้านดังกล่าวยืนยันจะช่วยและขอจ่ายให้ครึ่งราคาก่อน

คุณกุ้ง เล่าว่า แต่หลังจานั้นก็เงียบหายไป จนล่วงเลยไปหลังครบ 100 วันของพ่อแม่เขา ตนได้ไปทวงถามเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งฝั่งนั่นบ่ายเบี่ยงและบอกว่า จะไม่ขอสร้างบ้านให้แล้ว แต่ขอจ่ายเป็นเงินให้แทน 3 แสนบาท แต่ตนขอ 7 แสนบาท ตามราคาที่ผู้รับเหมาประเมิน แต่เขาก็ไม่ยอมจ่าย

คุณกุ้ง เล่าว่า จึงตัดสินใจไปหาตำรวจ เพื่อช่วยเรียกให้มาไกล่เกลี่ย แต่เมื่อถึงเวลาเรียกเขากลับไม่มา จากนั้นไม่นานเขาแชทไลน์มาบอกว่าให้คุยกับทนายของเขา ซึ่งเมื่อคุยกับทนาย ทนายของเขาบอกว่าให้ได้แค่ 3 แสนบาท เพราะฝั่งเขาไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าไม่โอเคกับราคา ก็ให้ไปฟ้องร้องเอา

คุณกุ้ง บอกว่า ที่ไม่ตกลงรับราคา 3 แสนบาท เพราะบ้านเป็น 2 ชั้น และที่บ้านอยู่กัน 5 คน 2 ครอบครัว ถ้าจะสร้างบ้านใหม่ ชั้นเดียวคงรองรับคนที่อยู่ด้วยกันก็ไม่พอ มากกว่านั้น ตอนนี้เดือดร้อนหนักมาก เพราะหลังจากไฟไหม้มา 6 เดือนต้องไปหาเช่าบ้านอยู่ ทำให้มีภาระทางค่าใช้จ่ายมากขึ้น จนไปกระทบกับการจ่ายหนี้สินเดิมที่มีอยู่ และมีเงินไปพอกิน พี่ชายทำงานขับแท็กซี่อยู่ แต่อีกไม่นานก็ขับไม่ได้แล้วเพราะอายุ

ส่วนที่ตนออกมาร้องเรียน เพราะไม่อยากให้เรื่องถึงชั้นศาล เนื่องจากถ้าขึ้นศาลก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายอีกจำนวนมาก จึงอยากให้มาเจรจาพูดคุยกันดีๆ เพราะตนนี้เดือร้อนหนักมาก