PULSE Tanao คาเฟ่เปิดใหม่ย่านเมืองเก่ากับบรรยากาศสุดชิล

หลังจากเป็นร้านประจำของใครหลายคนจากสาขาพระอาทิตย์และบางขุนเทียน ล่าสุด Pulse เปิดบ้านหลังใหม่บนถนนตะนาว ย่านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความเก่าแก่ของกรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา ตัวคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของโรงแรม ณ ตะนาว1969 อาคารดีไซน์ร่วมสมัยที่ได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรมหลายเวที และกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมงานตัดสินใจเลือกปักหมุดสาขาใหม่ที่นี่

Pulse ยังคงโครงสร้างสถาปัตยกรรมเดิมของอาคารเอาไว้ ไม่มีการรื้อถอนหรือเปลี่ยนแปลง แต่เลือกเติมบุคลิกของแบรนด์ผ่านวัสดุ แสง เสียง และบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา

ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 1

เบื้องหลังชื่อ Pulse หรือ ‘ชีพจร’ คือแนวคิดเรียบง่ายที่เจ้าของร้าน เอกวิทย์ เชพานุเคราะห์ ยึดถือมาตั้งแต่วันแรก นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าชีพจรของตัวเองเต้นช้าลงเมื่อได้เข้ามาอยู่ในร้าน แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านทุกองค์ประกอบของแบรนด์ ตั้งแต่โลโก้ตัว P ที่ถูกออกแบบให้คล้ายคลื่นน้ำ ไปจนถึงบรรยากาศที่ชวนให้หยุดพักจากความเร่งรีบ และใช้เวลากับตัวเองอีกสักนิด

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา Pulse ยังคงยึดมั่นกับสามองค์ประกอบหลักอย่าง Coffee, Scenery และ Music โดยมองว่าการเปิดสาขาใหม่ไม่ใช่เรื่องของจำนวน แต่เป็นเรื่องของการค้นหาพื้นที่ที่มี ‘ทิวทัศน์’ หรือ Scenery ที่สอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์จริงๆ หากสาขาแรกเล่าเรื่องผ่านธรรมชาติและผืนน้ำ สาขาถนนตะนาวก็เลือกที่จะเล่าผ่านงานสถาปัตยกรรมแทน

ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 2ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 3ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 4

The Vibe

สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือตัวอาคารที่ผสมผสานเส้นสายโมเดิร์นเข้ากับบริบทของย่านเมืองเก่าได้อย่างกลมกลืน แม้ตัวร้านจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ทุกรายละเอียดถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน แสงธรรมชาติที่สาดผ่านกระจกกระทบลงบนเคาน์เตอร์ เฟอร์นิเจอร์โทนอุ่น และพื้นผิววัสดุที่เลือกมาอย่างตั้งใจ สร้างบรรยากาศคล้ายการแวะมานั่งเล่นบ้านเพื่อนมากกว่าการมาคาเฟ่ในเมือง

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ Music หนึ่งในสามเสาหลักของแบรนด์ที่ถูกออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละสาขา ที่สาขานี้ผู้ก่อตั้งเลือกใช้ระบบแอมป์หลอดและชุดเครื่องเสียงที่ให้โทนเสียงนุ่ม อบอุ่น และฟังสบาย ดนตรีไม่ดังจนรบกวนการสนทนา แต่ทำหน้าที่เติมบรรยากาศให้สมบูรณ์ขึ้นอย่างพอดี เมื่อรวมเข้ากับแสงบ่ายที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตลอดวัน ทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้นั่งนานกว่าคิด

ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 5ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 6ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 7

The Taste

เมนูของสาขานี้ยังคงมาในแนวทางอบอุ่นและดื่มง่ายเหมือนบรรยากาศของร้าน มีทั้งกาแฟ มัทฉะ และเครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ ให้เลือกตามความชอบ

แก้วที่ไม่ควรพลาด Earl & Date (130 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ประจำสาขาที่นำความหวานธรรมชาติจากอินทผลัมมาผสมกับเอสเปรสโซ ก่อนปิดท้ายด้วยครีมเอิร์ลเกรย์เนื้อนุ่มด้านบน ให้กลิ่นหอมละมุนและรสสัมผัสที่อบอุ่นสมชื่อ

ส่วน Tiramisu Coffee (140 บาท) เป็นแก้วที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมคลาสสิก ให้ความหอม มัน และมีความคล้ายของหวานอยู่ในแก้วเดียว ขณะที่เมนูกาแฟคลาสสิกก็มีให้เลือกครบเช่นกัน

ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 8ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 9ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 10

สำหรับใครไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านก็มีตัวเลือกหลากหลาย แต่สำหรับชาวมัทฉะเลิฟเวอร์แบบเรา เราอยากให้ลอง Matcha Coconut (150 บาท) ที่เลือกใช้มัทฉะจาก Peace Oriental Teahouse ความเข้มข้นของมัทฉะเข้ากันได้ดีกับความนุ่มและความสดชื่นของน้ำมะพร้าว

ยิ่งสั่ง Bacon Cream Cheese Sourdough Bagel (150 บาท) มากินคู่กับเครื่องดื่มสักแก้ว แล้วค่อยๆ ใช้เวลากับบรรยากาศของร้านไปเรื่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงบ่ายที่น่าใช้เวลาอยู่ไม่น้อย

ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 11ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 12ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 13ภาพมุมกว้างภายในคาเฟ่ PULSE Tanao ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและบรรยากาศอบอุ่น 14

Good for

ถ้าช่วงนี้เริ่มเบื่อร้านคนแน่นๆ เราว่าใครหลายคนน่าจะชอบที่นี่อยู่เหมือนกัน ถึงแม้ร้านไม่ได้ใหญ่ แต่ก็มีความอบอุ่นบางอย่างที่ทำให้อยากนั่งนานกว่าที่คิด ยิ่งช่วงบ่ายที่แสงส่องเข้ามาในร้าน เปิดเพลงคลอ แล้วมีเครื่องดื่มดีๆ ก็เป็นอีกหนึ่งร้านในย่านเมืองเก่าที่ชวนให้ใช้ชีวิตช้าลงอีกนิด

PULSE Tanao

Location: ชั้น 1 โรงแรม ณ ตะนาว1969 ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ

Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

Contact: 062-074-2909

Instagram: PULISE.bangkok

Facebook: PULSE Bangkok

Budget: ราคา 100-350 บาทต่อคน