11 ข้อ จากคำประกาศชัยชนะ ‘ชัชชาติ’ 4 ปี ไม่หมู ปั้น กทม.เมืองชั้นนำโลก


28 มิ.ย. 2569 | 22:10น.
11 ข้อ จากคำประกาศชัยชนะ 'ชัชชาติ' 4 ปี ไม่หมู ปั้น กทม.เมืองชั้นนำโลก

11 ข้อ จากคำประกาศชัยชนะ ‘ชัชชาติ’ 4 ปี ไม่หมู ปั้น กทม.เมืองชั้นนำโลก

11 ข้อ จากคำประกาศชัยชนะ “ชัชชาติ” 4 ปี ไม่หมู ปั้น กทม.เมืองชั้นนำโลก

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2

กลายเป็น ผู้ว่า กทม.คนที่ 4 ที่สามารถชนะการเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัย

ต่อจาก “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” เมื่อการเลือกตั้งปี 2528 และ การเลือกตั้งปี 2533

ต่อจาก “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” จากการเลือกตั้งปี 2547 และ การเลือกตั้งปี 2551

และ ต่อจาก “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เมื่อการเลือกตั้ง ปี 2552 และ การเลือกตั้งปี 2556

และเป็นคนแรก ที่ชนะเลือกตั้งแบบ “แลนด์สไลด์” ชนะทุกเขตใน กทม.ได้ถึงสองหน อีกทั้ง ชัยชนะครั้งที่สองยังได้คะแนน 1.4 ล้านเสียง มากกว่าเดิม ทำลายสถิติที่เคยทำไว้ 1.3 ล้านเสียง

หลังจาก “ชัชชาติ” รู้ผลชนะเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เขาได้ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะที่ “สเตเดียมวัน” ย่านถนนบรรทัดทอง

นี่คือ 11 ข้อ จากคำประกาศชัยชนะของ ชัชชาติ

1.) แปลง 250 แผน เป็นยุทธศาสตร์

ต้องเอาแผน 250 แผนมาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญ และทำแผน 100 วัน ต้องทำอะไร

“ที่สำคัญต้องทำสิ่งที่ยากก่อน เพราะสิ่งที่ยากต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น เรื่องกฎหมาย สิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งแล้วก็ในเรื่องความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นต้องทำต่ออย่างเข้มข้นนะครับ ต้องไม่ให้ประชาชนผิดหวัง”

“ยืนยันว่า จะเดินหน้าต่อเราเชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ละเลย ทำอย่างเข้มข้น ต้องทำตรงนี้ให้เข้มข้นต่อไปรวมทั้งโครงการต่างๆ ถ้าเราอยากจะดูก็ดูได้ในเว็บไซต์ทีมชัชชาติดอทคอม เป็นพันธสัญญาที่ให้กับประชาชน”

“แต่ 100 วันแรก ต้องทำยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนเพื่อพาทุกคนเดินไปด้วยกันให้ได้”

2.) 4 ปี จะทำให้ดู ให้ กทม. จะต้องเป็นเมืองชั้นนำ แข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลก

    “ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนที่ผมยืนอยู่วันนี้ได้ ไม่ใช่ตัวคนเดียว คือการทำงานที่ร่วมกันเป็นทีม กทม.จะเดินหน้าได้ เพราะพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะชัชชาติ หรือ คนบางส่วน ทุกคนต้องจับมือกันและเดินหน้าไป เมืองเราไม่แพ้เมืองไหนในโลก”

    3.) มาเป็นผู้ว่าครั้งที่ 2 ไม่ใช่เวลาที่เฉลิมฉลอง ต้องเตรียมตัว อะไรต้องทำให้เข้มข้น

    “ให้ทีมงานฉลอง 1 คืน พรุ่งนี้ต้องเริ่มคิด ลำดับความสำคัญ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้ชัด วันที่เจอข้าราชการต้องถ่ายทอดรายละเอียด ให้วินาทีแรก วินาทีแรกที่เราไปทำงานทุกคนรู้เป้าหมายร่วมกัน และสามารถเดินไปข้างหน้าร่วมกันได้”

    “หัวใจที่สุดถ่ายทอดนโยบายมาเป็นแผนยุทธศาสตร์ให้ได้ นัดทีมงานที่นำเสนอจะเปลี่ยนมาเป็นแผนยุทธศาสตร์อย่างไร เพื่อให้วันแรกมีเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ”

    4.) ต้องทำตัวให้ดีขึ้น เพื่อกำจัดข้อกังขาทั้งหมด

    “เราเป็นคนที่อยู่มา 4 ปี มีจุดอ่อนให้โจมตีเยอะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนเข้าใจเรา ไว้ใจเรา ต้องทำตัวให้ดีขึ้น ทำทีมงานให้ดีขึ้น เพื่อกำจัดข้อกังขาทั้งหมดสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนมากขึ้น”

    5.) 4 ปีต้องเห็น “ความเปลี่ยนแปลง”

      “มี 2 มิติ เรื่องคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม การศึกษาต้องดีขึ้น และ ประสิทธิภาพของเมืองต้องดีขึ้น เพราะอนาคตเราต้องดึงการลงทุน ดึงธุรกิจต่างๆ เข้ามา เพราะเมืองคือตลาดแรงงาน ถ้าเศรษฐกิจโตขึ้นได้ คนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น คนอยู่ในเมืองเมืองนี้อย่างมีความสุข และดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”

      6.) 4 ปี หนาวแน่ ไม่ใช่หมูๆ

        “4 ปี หนาวแน่นอน ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก เพราะรู้ว่า 4 ปีข้างหน้าไม่ได้ง่ายเลย เหมือนกับบาร์ถูกยกขึ้นไปแล้ว ดังนั้น ผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา แค่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ประชาชนคาดหวัง ดังนั้น 4 ปี ต้องขึ้นไปอีก ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อประชาชนให้เราขนาดนี้เราต้องตอบแทนอย่าให้เสียความไว้วางใจ ต้องรีบทำงานให้หนัก ทำงานๆๆๆๆ ต้องเป็นคีย์เวิร์ดที่เราต้องทำ และทำให้ตอบโจทย์ประชาชน หัวใจสำคัญเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ให้ได้ ผลประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด”

        “4 ปี ไม่ง่าย ไม่ใช่หมูๆ ประชาชนมีความคาดหวังกับทีมเราเยอะ ต้องทำให้หนักเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า”

        7.) พิสูจน์ ระบอบอากง ไม่มีจริง

        “ยืนยันไม่มีระบบอากง พี่น้องประชาชนก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบอากง ดูจากคะแนนเสียงที่ได้มา แต่ถ้าประชาชนยังสงสัยต้องทำให้ชัดเจน และเชื่อว่าเป็นวาทกรรมที่คนสร้างชึ้นมา และเราไม่มีระบบนี้ อนาคตต้องทำให้ประชาชนชัดเจน และมีข้อสงสัยต้องเคลียร์ให้หมด แต่ยืนยันว่าไม่มี”

        8.) สื่อสารกับคนที่ไม่เลือก

          เลือกไม่เลือก เราต้องรับใช้ทุกคนเหมือนกัน เพราะทุกคนคือคนกรุงเทพ ผมพูดอย่างนี้มาตลอด ส่วนคนที่ไม่เลือกเราถ้าเราสามารถวิเคราะห์ได้มากขึ้นว่ามีเหตุผลอะไรที่ยังติดใจ มีอะไรต้องปรับปรุงตัวไหม เราต้องไปดูว่าคนกลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ที่เรายังไม่ตอบโจทย์เขา เขตไหนที่เรายังไม่ตอบโจทย์ เพื่อปรับปรุงตัวเพื่อดูแลเขาด้วย.. แต่คนที่ชอบเราก็ต้องดูแลเหมือนกัน”

          9.) ไม่สนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

            “โอ้ย..ไม่เอาหรอก เอาแค่นี้ก่อน ผู้ว่าฯ ยังเอาตัวไม่รอดเลย คือผู้ว่าอยู่ในกำลังที่ทีมเราทำได้”

            10.) ทำงาน สภา กทม.

            สภา กทม.กับผู้ว่า แยกกัน ผู้ว่า ต้องทำงานกับ สก.ทุกคนได้ เพราะ สก.คือคนที่ประชาชนเลือกมา ดีเสียอีก มีความหลากหลาย ทุกคนมาตรวจสอบผู้ว่า ด้วย ผู้ว่า ต้องดูแลประชากรทุกเขต ถ้าผู้ว่า มีเสียงส่วนใหญ่ 30 เขต เราดูเฉพาะ 30 คนนี้ ที่เหลือไม่ต้องสนใจ…ไม่ได้ ต้องดูแลทุกเขตอย่างเท่าเทียมกัน เพราะทุกเสียงของ สก.มีความหมาย นี่คือหลักการของการเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้ว่า ต้องดูทุกเขต ไม่จำเป็นต้องมีเสียงข้างมาก

            “เหมือน 4 ปีที่ผ่านมา เราถูกตรวจสอบเข้มข้น เพราะไม่มีเสียงข้างมาก คิดว่าไม่มีปัญหา ทำงานกับ สก.ทุกคนได้”

            11.) เมื่อรู้คะแนนถึง ล้าน..

              “ขอบคุณประชาชนทุกคน จะบอกว่าการเลือกตั้งหนนี้สนุกที่สุด เรามีการคิดแคมเปญไม่เหมือนเดิม ไม่มีแม้กระทั่งป้ายหาเสียงที่เกะกะตามถนน ไม่มีเลย แต่เรายังได้คะแนนมา 60 กว่าเปอร์เซ็นต์”

              “ทีมงานกล้าคิด ผมก็กล้าทำไม่มีปัญหา”

              แลนด์สไลด์รอบ 2

              สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แล้ว 95% ณ เวลา 21.30 น. คะแนนผู้ว่าฯกทม. 3 อันดับแรก ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 9 ผู้สมัครอิสระ ได้ 1,444,914 คะแนน นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หมายเลข 14 ผู้สมัครอิสระ ได้ 288,171 คะแนน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หมายเลข 10 พรรคประชาชน ได้ 176,934 คะแนน นายอนุชา บูรพชัยศรี หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 101,819 คะแนน

              เท่ากับว่า “ชัชชาติ” สามารถชนะแบบแลนด์สไลด์ได้เป็นครั้งที่ 2 และได้คะแนนมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่เคยทำได้ 1,386,215 คะแนน