Marshall พร้อมสร้าง Infrastructure ให้กับอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่สากล ผนึกกำลังอีกสององค์กรชั้นนำของไทย CEA และ Thai Airways ผ่านโปรเจกต์ The Echo of Thai Sound บ่มเพาะ ค้นหาวงดนตรีไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวข้ามขีดจำกัด พร้อมนำเสียงดนตรีไทยไปสู่ผู้ฟังระดับนานาชาติ
หทัยชนก อรรถบุรานนท์ Head of Music and Culture จาก Marshall ชี้ให้เห็นว่า รากฐานของ Soft Power ที่แข็งแกร่งต้องเริ่มจากการบ่มเพาะบุคลากรตั้งแต่ระดับพื้นฐาน Marshall จึงไม่ได้มองแค่ศิลปินกระแสหลัก แต่มุ่งเจาะจงไปที่กลุ่ม “ศิลปินอิสระ” ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ได้มาตรฐานมืออาชีพ และเตรียมความพร้อมสู่เทศกาลดนตรีระดับสากล โดยมีปลายทางคือการพาศิลปินกลุ่มนี้ไปโชว์ศักยภาพที่กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Marshall เเละวงดนตรีระดับโลกหลายวง
องค์กรไทยชั้นนำผนึกกำลัง พร้อมผลักดัน โปรเจกต์ The Echo of Thai Sound
ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้คือการผนึกกำลังของ 3 องค์กรใหญ่ที่รับหน้าร่วมขับเคลื่อนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ตอกย้ำบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีของไทยสู่นานาชาติ
Marshall Livehouse เฟ้นหา คัดเลือก รวมไปถึงสนับสนุนพื้นที่การฝึกซ้อม และดึงผู้เชี่ยวชาญอย่าง โอม ปัณฑพล (ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP) และ Maftsai (ผู้ก่อตั้งวง Paradise Bangkok Molam International Band) มาเป็น Mentor บ่มเพาะศิลปินจนได้ศิลปินไทยเพียงหนึ่งเดียวสู่อุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่เวทีโลก
CEA หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมดนตรีไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลักดันศิลปินไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน โดย ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA เน้นย้ำว่า ศิลปินไทยมีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับโลกหากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม CEA จึงมุ่งเน้นการยกระดับทักษะ ปรับวิธีคิด และเตรียมความพร้อมให้ศิลปินทำงานอย่างเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนแพลตฟอร์มเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โครงการความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือน “Launchpad” หรือฐานปล่อยจรวดที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันสร้างขึ้น เพื่อยกระดับและส่งเสียงดนตรีของคนไทยให้ดังก้องไปไกลในระดับนานาชาติ
การบินไทย เข้ามาเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญในโครงการ The Echo of Thai Sound โดยรับหน้าที่เป็นช่องทางกระจายผลงาน (Distribution Channel) ด้วยการนำเพลงของศิลปินในโครงการไปให้บริการบนเที่ยวบิน วิชญ์ กิจจาทร Director of Customer & Marketing Thai Airways International Public Company Limited หรือ การบินไทย มองว่า Soft Power จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเกิดจากการถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่เข้าถึงคนในวงกว้าง การนำดนตรีร่วมสมัยของศิลปินหน้าใหม่มาเปิดบนเครื่อง จึงตอบโจทย์ทั้ง 2 ด้าน คือช่วยส่งเสริมศิลปินไทยให้เข้าถึงผู้ฟังจากทั่วทุกมุมโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างให้กับผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของการบินไทยในการเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยสู่ระดับสากล
Product & Incubation: 6 ศิลปินอิสระกับซาวด์ดนตรีที่พร้อมส่งออก
Marshall และพันธมิตรได้คัดเลือก 6 วงดนตรีที่มีจุดขายด้าน “ความแปลกใหม่และตัวตนที่ชัดเจน” (Unique Value Proposition) เพื่อนำไปปั้นต่อ ได้แก่
- OFFICE SYNDROME วงดนตรีอินดี้ที่ผสมผสานกลิ่นอาย Surf Pop, Alternative และ Punk Rock เข้ากับการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของผู้คน
- THE HYMMAPAN ELECTRON วงดนตรี Isan Cyber ผสมผสานดนตรีพื้นบ้านอีสาน เข้ากับบีทอิเล็กทรอนิกส์
- NIXSA JINGLE ศิลปินมัลติอินสทรูเมนต์ที่ผสมผสานกลิ่นอายดนตรี Thai Spiritual เข้ากับ Soul Jazz และดนตรี Ambient, FORD TRIO วงดนตรีไทยร่วมสมัยที่เชื่อมความเป็นไทย
เข้ากับเเรงบันดาลใจจากทั่วโลกจนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่พวกเขาเรียกว่า “Neo Thai Funk” - FORDECISION วงดนตรีฮาร์ดคอร์พังก์ที่มีบทบาทใน Local Underground Scene
- RATTANAKOSIN BREAKIN CREW วงดนตรีร่วมสมัยที่ผสมผสานแนวเพลงไทยดั้งเดิมเข้ากับแนวเพลงฟังก์ ไซเคเดลิกร็อก เรอร์กรู้ฟ และดนตรีแนวทดลอง
ทั้งหมดนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านซีรีส์ Vlogumentary เพื่อสร้าง Engagement และ Storytelling ตั้งแต่วันแรกของการบ่มเพาะ ไปจนถึงการแสดงสดที่ลอนดอน และกลับมาโชว์เคสที่ Marshall Livehouse เป็นการปิดท้ายโปรเจกต์อย่างสมบูรณ์ ตอกย้ำพันธกิจของ Marshall Livehouse ในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ สร้างพื้นที่แห่งโอกาส และร่วมผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่เวทีโลก
#TheEchoOfThaiSound #MarshallLivehouse @MarshallLivehouse
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา






