กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน


01 ก.ค. 2569 | 22:14น.

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบฯ ปี 2569 เพียง 7,400 ล้านบาท

แบ่งเป็นรายจ่ายประจำจำนวน 2,786,367.1 ล้านบาท คิดเป็น 73.6% รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 71,038.1 ล้านบาท คิดเป็น 1.9% รายจ่ายลงทุนจำนวน 789,171.5 ล้านบาท คิดเป็น 20.8% และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน 151,520 ล้านบาท คิดเป็น 4.0% โดยรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ที่เป็นรายจ่ายลงทุน กรณีการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจจำนวน 10,096.7 ล้านบาท

งบประมาณ 2570 ถูกร่างบน “กฎเหล็ก” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ขีดเส้นไว้ว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น

ให้ทุกหน่วยงานงดของบประมาณเพื่อการศึกษาดูงาน ลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน งดการของบฯสร้างถนน เน้นซ่อมบำรุง งดพัฒนาแหล่งน้ำ

ไส้ในงบประมาณ’70

ถอดไส้ในภาพรวมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ในส่วนของ “งบฯกลาง” ถูกตั้งไว้เป็นก้อนใหญ่ที่สุด 693,880,000,000 บาท โดยเฉพาะงบฯกลางในส่วนที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ คือค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน ตั้งไว้เป็นจำนวน 12,000,000,000 บาท ในขณะที่ งบฯกลางในส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตั้งไว้เป็นจำนวน 100,000,000,000 บาท

ส่วนกระทรวงที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด 10 อันดับ ประกอบด้วย 1.กระทรวงการคลัง 440,871,120,500 บาท 2.กระทรวงศึกษาธิการ 359,576,884,600 บาท 3.กระทรวงมหาดไทย 288,280,008,800 บาท 4.กระทรวงกลาโหม 203,284,703,200 บาท 5.กระทรวงสาธารณสุข 181,478,097,400 บาท 6.กระทรวงคมนาคม 176,513,532,100 บาท 7.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 133,942,590,500 บาท 8.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 120,603,160,600 บาท 9.กระทรวงแรงงาน 72,748,825,300 บาท 10.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : 36,148,429,200 บาท

ในบรรดา 20 กระทรวง มีกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบฯ “เพิ่มขึ้น” จากงบประมาณ 2569 มากที่สุดคือ กระทรวงการคลัง เพิ่มขึ้น 41,601,503,700 บาท กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขึ้น 4,603,888,300 บาท กระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มขึ้น 4,580,348,100 บาท กระทรวงแรงงาน เพิ่มขึ้น 3,713,582,300 บาท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพิ่มขึ้น 3,428,702,800 บาท โดยกระทรวงดีอีได้รับเพิ่มในสัดส่วนมากที่สุด 33%

ขณะที่อีก 15 กระทรวงถูก “ปรับลด” งบประมาณ โดยกระทรวงพาณิชย์ถูกปรับลดลงน้อยที่สุด ลดลง 255,686,400 บาท กระทรวงพลังงาน ลดลง 503,950,300 บาท กระทรวงยุติธรรม ลดลง 539,342,600 บาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลดลง 750,897,200 บาท กระทรวงการต่างประเทศ ลดลง 913,010,200 บาท กระทรวงอุตสาหกรรม ลดลง 947,256,600 บาท

กระทรวงกลาโหม ลดลง 957,093,900 บาท กระทรวงวัฒนธรรม ลดลง 1,037,655,700 บาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลดลง 1,450,268,100 บาท สำนักนายกรัฐมนตรี ลดลง 1,957,920,400 บาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดลง 2,039,399,900 บาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลดลง 6,258,451,900 บาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลดลง 9,248,588,300 บาท กระทรวงมหาดไทย ลดลง 10,661,744,500 บาท และกระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่ถูกปรับลดลงมากที่สุด 23,442,391,400 บาท

แกะงบฯ 8 กระทรวงเศรษฐกิจ

แต่หากแยกเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อย่างกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะพบว่ากระทรวงการคลังขอรับงบประมาณมากที่สุด รวม 440,871,120,500 บาท แบ่งเป็น งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 16,269,813,100 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 67,996,900 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 13,807,393,800 บาท งบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ 410,725,916,700 บาท

กระทรวงคมนาคม ขอรับงบฯ รวม 176,513,532,100 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 166,641,605,800 บาท, งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ68,694,600 บาท, งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 9,803,231,700 บาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอรับงบประมาณรวม 120,603,160,600 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 53,732,557,700 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 41,493,960,900 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 25,376,642,000 บาท

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอรับงบประมาณรวม 13,625,722,900 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 5,536,861,800 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 6,082,094,800 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 2,006,766,300 บาท

กระทรวงพาณิชย์ ขอรับงบประมาณรวม7,271,426,500 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 4,149,896,900 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 226,757,600 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 2,894,772,000 บาท

กระทรวงอุตสาหกรรม ขอรับงบฯ รวม 4,520,317,300 บาท แบ่งเป็น งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 2,848,287,400 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 51,501,100 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 1,620,528,800 บาท

กระทรวงพลังงาน ขอรับงบฯ รวม 2,293,285,100 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1,296,185,400 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 35,389,600 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 961,710,100 บาท

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอรับการจัดสรรงบฯ รวม 5,856,183,200 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 3,925,788,700 บาท งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 25,636,500 บาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 1,904,758,000 บาท

ภูมิใจไทยคุม 1.4 ล้านล้าน

และเมื่อนำงบประมาณแต่ละกระทรวงที่พรรคการเมืองได้กำกับดูแล จะแยกสัดส่วนได้ดังนี้ พรรคภูมิใจไทยได้คุมทั้งหมด 14 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง 440,871,120,500 บาท กระทรวงมหาดไทย 288,280,008,800 บาท กระทรวงกลาโหม 203,284,703,200 บาท กระทรวงสาธารณสุข 181,478,097,400 บาท กระทรวงคมนาคม 176,513,532,100 บาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 36,148,420,200 บาท กระทรวงยุติธรรม 28,854,630,500 บาท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 13,625,722,900 บาท กระทรวงวัฒนธรรม 8,463,300,300 บาท กระทรวงการต่างประเทศ 8,256,806,900 บาท กระทรวงพาณิชย์ 7,271,426,500 บาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,856,183,200 บาท กระทรวงอุตสาหกรรม 4,520,317,300 บาท กระทรวงพลังงาน 2,293,285,100 บาท โดยงบประมาณทั้ง 14 กระทรวงรวมกัน 1,405,717,554,900 บาท

เพื่อไทย 5 กระทรวง 7 แสนล้าน

ขณะที่พรรคเพื่อไทยคุม 5 กระทรวงสำคัญ ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด งบประมาณรวมทั้งสิ้น 359,576,884,600 บาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) งบประมาณรวมทั้งสิ้น 133,942,590,500 บาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์งบประมาณรวมทั้งสิ้น 120,603,160,600 บาท กระทรวงแรงงานงบประมาณรวมทั้งสิ้น 72,748,825,300 บาท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) งบประมาณรวมทั้งสิ้น 25,575,533,800 บาท

โดยทั้ง 5 กระทรวงที่อยู่ในกำกับของพรรคเพื่อไทยได้รับงบฯ รวมกัน 712,446,994,800 บาท

4 องค์กรอิสระ 7 พันล้าน

ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเมืองในยุคปัจจุบัน คือองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ 4 องค์กรอิสระสำคัญที่ตัดสินคดีต่าง ๆ ทางการเมือง มีคำของบฯ รวมกันกว่า 7,995,668,000 บาท

โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญขอรับการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 391,225,400 บาท

กกต.ขอรับการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2,723,765,400 บาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายบุคลากร 2,114,603,100 บาท แผนงานพื้นฐานด้านความมั่นคง 438,234,300 บาท แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 170,928,000 บาท

และกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองอีกจำนวน 119,000,000 บาท ขณะที่ ป.ป.ช.ขอรับการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,328,338,100 บาท

ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินขอรับจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 552,339,100 บาท