กมธ.งบฯ 70 ถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน ห่วงเงินเฟ้อพุ่งอาจสูง 4% ในไตรมาส 4

กมธ.งบฯ 70 ถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน ด้าน ธปท. ประเมินเศรษฐกิจระยะสั้นมีทิศทางขยายตัว ห่วงเงินเฟ้อพุ่งอาจสูง 4% ในไตรมาส 4 แต่จะลดลงในปีหน้า เชื่อ AI จะเป็นปัจจัยบวก  

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 กรกฎาคม  ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีปีงบประมาณ 2570 แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ ว่า ที่ประชุมเริ่มพิจารณางบประมาณในส่วนมาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 693,880,000,000 บาท ซึ่งการพิจารณางบประมาณภาพรวมเป็นการพิจารณาข้อมูลภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

โดยกมธ.ได้เชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ 4 หน่วยงานมาชี้แจงถึงภาวะเศรษฐกิจภาพรวม ได้แก่ 1. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2. กระทรวงการคลัง 3. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 4. สำนักงบประมาณ

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ ธปท.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นมีทิศทางขยายตัว แม้เผชิญแรงกดดันเชิงลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ คาดว่าอาจสูงกว่า 4% ในไตรมาสที่4 ก่อนจะทยอยลดลงในปีหน้า ส่วนเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่มีมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจและสนับสนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนในไตรมาสที่3 ให้ปรับตัวดีขึ้น

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวด้วยว่า ขณะที่ปัจจัยเชิงบวก ที่สำคัญมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ขยายตัวทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขยายตัว 34.2% ในปี68 และคาดว่าจะเติบโต 43.8% ในปีนี้ และ 17.2% ในปีหน้า สะท้อนว่า AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

Advertisement

“ธปท. คาดว่าแม้การบริโภคจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อแต่แรงหนุนจากการลงทุนและอุตสาหกรรม AI จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.3% ในปีนี้ และ 1.8% ในปีหน้า โดยต้องติดตามการใช้จ่ายของผู้บริโภคและผลของมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด”น.ส.ณัฐธิดา กล่าว

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ยังได้สอบถามผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย กัมพูชา ว่า สภาพัฒน์ฯ ได้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือไม่ หากเกิดความขัดแย้งซ้ำ หรือมีการยกระดับความรุนแรงในอนาคต หน่วยงานได้ทำแผนรองรับและจัดสรรงบประมาณเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจไว้อย่างไร โดยผู้แทน สภาพัฒน์ฯ ได้ชี้แจงว่า หน่วยงานได้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยมาก ปริมาณการค้าชายแดนทางเศรษฐกิจไม่ได้มากพอที่จะกระทบกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ

โฆษกกมธ.งบฯ กล่าวว่า สำหรับการประชุม กมธ.ฯ.ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ จะเริ่มพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานแรก