อนุทิน ขู่ปรับ ครม. ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ฮึ่ม “รมต.โลกลืม” ทำงานไม่พูด นายกฯ จะลืมบ้าง


06 ก.ค. 2569 | 17:40น.
อนุทิน ขู่ปรับ ครม.ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ฮึ่ม “รมต.โลกลืม” ทำงานไม่พูด นายกฯ จะลืมบ้าง

อนุทิน บอกปรับ ครม.ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม เตือนรัฐมนตรี “โลกลืม” ถ้าทำงานไม่พูด นายกฯ ก็จะลืมบ้าง เผยนัดถก รมต.เย็นนี้หลังโพลร่วง 5% รับกระจกส่องต้องเร่งแก้ จี้สื่อสารผลงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีผลโพลรัฐบาลคะแนนตก และการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า โพลก็เหมือนกระจกส่องตัวเอง เราก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่ทำโพล มันต้องก็สะท้อน ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์ คราวนี้ป๊อปปูลาร์น้อยลง แสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องเร่งแก้ไขตรงนั้น

ตนสนใจโพลมาตลอด ตนมาจากโพล 2% ตอนนี้ยังโชคดีเหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิมให้มากที่สุด แต่ว่าผลโพลสะท้อนมา ไม่ใช่บอกว่าจะต้องไปแข่งกับใคร แต่จากผลโพล 26 % ลงมาเหลือ 21 หายไป 5% มีบางอย่างผิดปกติแน่นอน ต้องไปแก้ไข

เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปนั้นเกิดจากจุดใด นายอนุทิน กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจน สื่อสารไม่เต็มที่ คิดว่าตรงนี้ประชาชนไม่ถือสาหาความ ก็ไม่ได้เน้นไปตรงนั้น ส่วนดีๆ ดันไม่สื่อสาร วันนี้คอมเพลนไปหลายคน GDP ก็โต เงินลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นเสถียรขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด การจัดลำดับความน่าเชื่อถือประเทศสูงขึ้น การเข้าสู่ OECD ได้รับการยืนยันสนับสนุน 3 แทบทุกประเทศที่มาพบ

ซึ่งวันนี้ตนก็พบกับหลายประเทศ ซึ่งทุกคนก็ให้ความมั่นใจและมองประเทศไทยว่ามีอนาคตที่สดใสมีโอกาสที่ดีมากที่จะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลกนี้ ตอนนี้เรื่องที่เป็นภาระคอยดึงให้ถอยหลัง ต้องพยายามสลัดให้ออก โดยการกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ และไปเน้นเรื่องที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยให้มากที่สุด

ส่วนจะต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการสื่อสารกับประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ายังสื่อสารไม่ดี และเย็นนี้ตนก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมอยู่ นายกฯก็จะลืมบ้าง และหากนายกฯลืมก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องมานั่งคุยกันแต่อย่าเพิ่งไปนับเพราะชุดนี้เพิ่งทำงานมาแค่ 2 เดือน การที่เราจะตัดสินใจหรือทำอะไรเราจะต้องอธิบายให้ได้ครบทั้งหมด สมมุติตนจะปรับคณะรัฐมนตรี ให้คนนี้ออกคนนี้เข้า ผลัดกันเป็นไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ต้องอธิบายเขาได้ว่าทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งหน้าที่นี้ต่อไป ต้องอธิบายอย่างชัดเจนด้วย

เมื่อถามว่า แสดงว่าตอนนี้นายกรัฐมนตรีได้เตือนรัฐมนตรีกระทรวงที่โลกจะลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเริ่มเตือนมาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ก็จะเตือนอีก เพราะวันนี้มีเรื่องของผลโพลออกมา เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเราก็ต้องสนใจไม่ว่าจะเป็นโพลที่ขีดอยู่ตามตำบลเราก็ต้องสนใจ เพราะถ้าเราไม่สนใจไม่ติดตามก็จะมาเรตติ้งเราไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ต้องไปพูดกับเขา

ซึ่งการสื่อสารไม่ใช่แค่การสื่อสารกับประชาชน แต่การสื่อสารต้องสื่อสารกับทีมด้วย และในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27-28 คน ถ้าหมั่นสื่อสาร วันนึงก็ได้ 28 ข่าว ทุกคนทำงานหมดแต่ไม่สื่อสารออกไป ต้องให้เขาปรับปรุงตัว

ส่วนจะแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือเรื่องของพรรคแต่ละพรรค เป็นเรื่องภายใน เพราะพรรคเป็นคนเลือกรัฐมนตรีมาดำรงตำแหน่ง เรื่องการทำงานของคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องของข้าราชการ ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเพราะทุกคนตั้งใจทำงาน แต่ทำงานแล้วไม่ขยายความไม่สื่อสาร และยืนยันได้ว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครอยู่เฉยๆอย่างแน่นอน แต่ต้องสื่อสารด้วยต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ทำงานเก่งแต่ไม่พูดไม่จาทำคนเดียวไม่ได้

เมื่อถามว่า ในความรู้สึกตอนนี้เหมือนนายกรัฐมนตรีพูดอยู่คนเดียวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบ้าง มัวแต่ถามตน ก็เกรงใจผู้สื่อข่าวเพราะเราก็เหมือนพี่น้องกัน แต่ผู้สื่อข่าวก็ต้องดูว่างานอะไรต้องถามใคร งานเศรษฐกิจไปถามนายเอกนิติ นิติทัศน์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ งานต่างประเทศก็ไปถาม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ งานโครงสร้างพื้นฐานถาม ก็ไปถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เมื่อถามว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 14 คณะ ก็มีความคึกคักขึ้น บุคคลเหล่านี้มีโอกาสที่จะเข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนมีโอกาสหมด พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งให้สมาชิกเฉพาะ สส.แสดงฝีมือแสดงผลงานอย่างเต็มที่ ต้องมีผลงาน ความสามารถ ความทุ่มเท

ส่วนมีรัฐมนตรีกระทรวงใดบ้างที่เข้าข่ายว่าจะต้องได้รับการเตือน นายอนุทินกล่าวว่า จะให้ตนมาพูดตรงนี้ได้อย่างไรถ้าจะเตือนก็ต้องเข้าห้องเย็น