
ท้าแจ้งความปมสแกมฯ ไอเดียร์ ไม่หวั่น งัดหลักฐานสู้-พร้อมพิสูจน์ พ่อคาใจกมธ.สอบคนนอก นายกฯยาหอมกธ.พวกกัน
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยชัยภูมิ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีถูกนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน พาดพิงกลางสภา ว่าสามีเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทำให้ นางสาวสุชาดา ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจสอบสวนกลาง ฐานหมิ่นประมาท
ล่าสุด นางสาวสุชาดา ได้โพสต์ข้อความว่า “หากมีหลักฐานว่าใครเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ หรือกระทำการใดที่ผิดกฎหมาย ก็ควรรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ค่ะ
แจ้งความ ตรวจสอบ พิสูจน์ข้อเท็จจริง และหากผิดจริงก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีใครควรอยู่เหนือกฎหมาย ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงควรมาพร้อมหลักฐาน มีหลักฐาน ก็พิสูจน์กันด้วยหลักฐาน ไม่มีหลักฐาน ก็ควรรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองค่ะ”
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภท. ให้ข้อมูลที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ถึงกระแสการตรวจสอบกรณีสามีของบุตรสาว หลังถูกพาดพิงถึงความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ ว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อกระแสการตรวจสอบ เพราะเมื่อบุตรสาวเข้าสู่เส้นทางการเมืองก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะและพร้อมให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ เตรียมเชิญ น.ส.สุชาดา และสามีเข้าชี้แจงในวันที่ 7 ตุลาคมนี้นั้น เห็นว่าควรพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกมธ.ฯ ให้ชัดเจน โดยเฉพาะการเชิญบุคคคลภาย บอกเข้าชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมายก็ไม่ควรถูกเรียกเข้าไปชี้แจง
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดา แจ้งความฐานหมิ่นประมาท และกมธ.กฎหมายฯจะมีการเชิญ น.ส.สุชาดาและสามี มาชี้แจงกับ กมธ.ว่า ในข้อเท็จจริงเชิงลึก มีเครือข่ายเว็บพนันใหญ่เครือหนึ่ง ย่อว่า “เครือข่ายเสี่ยตือ” เครือข่ายนี้มีอยู่จริง และใหญ่ ที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง อาจอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐานอะไรก็แล้วแต่
แต่วันนี้ท่าทีของรัฐมนตรีดีอี ที่อ่อนลงและเปลี่ยนไป ตนชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า ตกลงแล้วติดสินบนของรัฐมนตรีดีอี ที่ตอนแรกท่าทีขึงขังบอกไม่รับเงิน เห็นเสียงอ่อนลงแบบนี้ ชักไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะถ้าจำกันได้ ข้อความที่มีการพูดกันเวลานั้นคือ การติดสินบน ไม่ใช่ให้ปิด แต่ถ้าจะปิดให้มีการบอกคนร้ายให้เตรียมตัว
เมื่อถามว่า หาก น.ส.สุชาดาหรือสามี ไม่เข้าชี้แจงกับ กมธ.จะดำเนินการอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การที่ตนไล่เรียงมาแบบนี้ แน่นอนไม่ใช่เวทีเปิดพยานหลักฐานกัน เพราะตนตั้งกระทู้ถามเรื่องสินบน 40 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อรัฐมนตรีดีอีมีของฝาก ตนก็มีของฝากไปให้รัฐมนตรีดีอีเช่นกัน แต่ในเมื่อ น.ส.สุชาดา มาตีโพยตีพาย เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราคิดว่าเขามีสิทธิ์ชี้แจง
แต่ตนยืนยันว่า การชี้แจงเรียกร้องให้พิสูจน์อะไรต่างๆ ตนยินดีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องความแมนหรือลูกผู้ชาย เลยต้องกลับมาตั้งต้นในกระบวนการหนึ่ง แน่นอนว่าตนมีคำถามถึงสามีของ น.ส.สุชาดา ว่าเงินมีแหล่งที่มาอย่างไร บริษัทต่างๆ ที่มีการปล่อยให้กู้ยืม ล้มละลายไปแล้ว บางกองทุน บางส่วนมีคนติดคุกไปแล้ว ควรจะรู้ว่าเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์หรือฟอกเงินหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ในฐานะ กมธ.กฎหมายฯ ต้องให้ น.ส.สุชาดาและสามี เข้าสู่กระบวนการชี้แจง





