สมาชิกสภาอียู จี้สอบสวนปธ.ฟีฟ่า ปมผ่อนผันใบแดงให้ศูนย์หน้าสหรัฐ ตามแรงกดดันจาก ‘ทรัมป์’

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สมาชิกสภาสหภาพยุโรป (อียู) หลายสิบคน รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปสอบสวน นายจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า กรณีเป็นผู้ที่มีบทบาทและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจให้ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ลงสนามนัดที่ทีมชาติสหรัฐ เตะกับเบลเยียม ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทั้งที่โดนใบแดงมาจากเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย

ทั้งนี้ บาโลกัน ได้ใบแดง ในเกมที่สหรัฐเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตามกฎระเบียบปกติแล้ว จะส่งผลให้บาโลกัน หมดสิทธิลงแข่งในนัดถัดไปของทีมในทันที แต่ทางฟีฟ่ากลับยกเลิกโทษแบนดังกล่าวสำหรับแมตช์การแข่งขันในวันที่ 6 กรกฎาคม หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ต่อสายตรงกับอินฟานติโน่ เป็นการส่วนตัว เพื่อช่วยให้บาโลกัน กองหน้าวัย 25 ปี ได้ลงเล่นในนัดต่อไป

แบร์รี แอนดรูวส์ , ลารา โวลเตอรส์ และ นีลส์ ฟูกิลซัง สมาชิกรัฐสภายุโรปกล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า การตัดสินใจขององค์กรกำกับดูแลฟุตบอลโลกในการเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับโทษแบนจากใบแดงระหว่างทัวร์นาเมนต์ ถือเป็นเรื่องน่าอับอายและเป็นการบิดเบือนความยุติธรรมอย่างร้ายแรง และว่า “นี่เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นอินฟานติโน่และฟีฟ่า ยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของรัฐบาลทรัมป”

โดยกลุ่มสมาชิกรัฐสภาดังกล่าว เรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลแห่งชาติของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ร่วมกันผลักดันให้คณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่า สอบสวน “อิฟานติโน่” และตรวจสอบว่าแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ เป็นปัจจัยหนึ่งในการยกเลิกโทษแบนครั้งนี้หรือไม่ รวมถึงการละเมิดความเป็นกลางทางการเมืองอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น การมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่าให้แก่ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าชี้แจงว่า การยกเลิกโทษแบนดังกล่าวเป็นการตัดสินใจโดยอิสระของคณะกรรมการวินัย

Advertisement

โดยสมาชิกรัฐสภากลุ่มนี้ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้มีเพื่อนร่วมสภา ลงนามในหนังสือเรียกร้องดังกล่าวแล้ว จำนวน 35 คน และว่า ความงดงามของกีฬา อยู่ที่การยืดหยุ่นในกฎเกณฑ์ที่เป็นกลางและโปร่งใส เมื่ออินฟานติโน่ ยอมให้แรงกดดันทางการเมืองเป็นตัวกำหนดว่า ใครจะได้ลงเล่น ความยุติธรรม ก็หายไป