หากพูดถึงจังหวัดนากาโนะ หลายคนอาจนึกถึงลานสกีชื่อดังอย่างฮาคุบะ หรือเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่หากขับรถออกมาไม่ไกลจากแลนด์มาร์กเหล่านั้น จะพบกับเมืองออนเซ็นเล็กๆ ที่ผู้คนในญี่ปุ่นนิยมแวะมาพักผ่อนในวันหยุด
‘โอมาจิ’ (Omachi) เมืองเล็กๆ เชิงเทือกเขา Japanese Alps ถือเป็นประตูสู่ Tateyama Kurobe Alpine Route และเป็นจุดแวะพักยอดนิยมของนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติของนากาโนะอย่างเต็มที่ แม้เมืองนี้จะมีเรียวกังให้เลือกพักหลายแห่ง แต่ครั้งนี้เราเลือกเข้าพักที่ KAI Alps เรียวกังในเครือ Hoshino Resorts ที่หยิบเสน่ห์ของหมู่บ้านชนบทญี่ปุ่นมาเล่าใหม่ผ่านงานสถาปัตยกรรม งานคราฟต์ท้องถิ่น ออนเซ็น และกิจกรรมที่ชวนให้แขกได้ค่อยๆ ซึมซับวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนี้


Why Here?
KAI Alps เป็นเรียวกังที่ออกแบบขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านชนบทของภูมิภาคชินชู (Shinshu) หรือจังหวัดนากาโนะในปัจจุบัน ตัวอาคารสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการออกแบบ Gangi ระเบียงชายคาที่ยื่นยาวเพื่อป้องกันหิมะในฤดูหนาว ซึ่งเคยเป็นองค์ประกอบสำคัญของหมู่บ้านแถบภูเขา
แม้จะเป็นเรียวกังร่วมสมัย แต่ทุกองค์ประกอบยังคงเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมดั้งเดิม ตั้งแต่เตาผิง Irori ที่เป็นศูนย์กลางของบ้านญี่ปุ่นในอดีต ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุและงานหัตถกรรมจากช่างฝีมือในท้องถิ่น
ห้องพักทั้ง 48 ห้องของ KAI Alps เป็น KAI Signature Rooms ทั้งหมด ภายในตกแต่งด้วยโคมไฟจาก Matsuzaki Washi กระดาษทำมืออายุกว่าพันปีของเมืองโอมาจิ ผลงานตัดกระดาษที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติของนากาโนะ และผ้าคลุมที่ทอด้วยผ้าไหม Ueda Tsumugi ทำให้ห้องพักไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับพักผ่อน แต่ยังสะท้อนเรื่องราวของภูมิภาคผ่านงานฝีมือที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
อีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือออนเซ็นจากแหล่งน้ำพุร้อนที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี ประกอบด้วยบ่อในร่มที่สร้างจากไม้ฮิโนกิ และบ่อกลางแจ้งที่กรุด้วยหินแกรนิต เปิดรับวิวของเทือกเขา Northern Alps และต้นลาร์ชที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ตั้งแต่สีเขียวสดในฤดูร้อน สีทองในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว


Worth It
สิ่งที่ทำให้ KAI Alps แตกต่างจากเรียวกังทั่วไป คือการชวนแขกสัมผัสวัฒนธรรมของภูมิภาคผ่านกิจกรรม ‘KAI Cultural Discovery’ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
กิจกรรมยอดนิยมคือการนั่งล้อมเตาผิง Irori เตาผิงแบบดั้งเดิมที่เคยเป็นศูนย์กลางของบ้านชนบทญี่ปุ่น แขกสามารถปิ้งของว่าง จิบสาเกอุ่นจากจังหวัดนากาโนะ เล่นเกมพื้นบ้าน และพูดคุยกันในบรรยากาศแสนอบอุ่น ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อน ส่วนในฤดูหนาว โรงแรมยังมีรองเท้าเดินหิมะแบบดั้งเดิมให้ยืมสำหรับเดินเล่นรอบลานด้านนอกอีกด้วย
อีกหนึ่งไฮไลต์คืออาหารค่ำแบบไคเซกิที่ถ่ายทอดรสชาติของภูมิภาคชินชูผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาล เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Yuki Nabe หรือ ‘หม้อไฟหิมะ’ ซิกเนเจอร์ของ KAI Alps ที่นำสุกี้ยากี้มาตีความใหม่ โดยปิดด้านบนด้วยสายไหมสีขาวแทนหิมะ ก่อนราดซอสลงไปให้สายไหมค่อยๆ ละลาย กลายเป็นทั้งโชว์บนโต๊ะอาหารและการสะท้อนภาพหิมะที่ปกคลุมภูเขาในฤดูหนาวได้อย่างสร้างสรรค์


หากต้องการออกไปเที่ยวต่อ โรงแรมยังมีบริการรถรับส่งไปยัง Hakuba หนึ่งในรีสอร์ตภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นสนามแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1998 ปัจจุบันยังคงเป็นจุดหมายของนักสกีจากทั่วโลกในฤดูหนาว และเป็นแหล่งเดินป่า ปั่นจักรยาน และนั่งกระเช้าชมวิวในช่วงกรีนซีซัน
นอกจากนี้ KAI Alps ยังอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นของ Tateyama Kurobe Alpine Route ที่โอกิซาวะเพียงประมาณ 15 นาทีโดยรถยนต์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวเส้นทางกำแพงหิมะหรือสำรวจเทือกเขา Japanese Alps




Good For
KAI Alps เหมาะกับนักเดินทางที่มองหามากกว่าความหรูหรา แต่ต้องการประสบการณ์การพักแบบญี่ปุ่นที่ครบถ้วน ตั้งแต่ออนเซ็น อาหารไคเซกิ และกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ ครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ รวมถึงนักเดินทางที่กำลังวางแผนเที่ยวเส้นทาง Japanese Alps, ฮาคุบะ หรือชิราคาวาโกะ และอยากเลือกที่พักซึ่งสามารถเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดหมายของการเดินทางในเวลาเดียวกัน
หากคุณเชื่อว่าการเดินทางที่ดีไม่ใช่การไปให้ได้หลายที่ที่สุด แต่คือการได้ใช้เวลากับสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ KAI Alps คือหนึ่งในเรียวกังที่ตอบโจทย์แนวคิดนั้นได้อย่างสมบูรณ์
KAI Alps
Location: Omachi, Nagano
Budget: เริ่มประมาณ 20,000 ต่อคืน สำหรับ 2 ท่าน (รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น)
Instagram: www.instagram.com/hoshinoresorts.kai
Website: https://hoshinoresorts.com
ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง, KAI




