ผิดไหม ถ้าชอบกินของดอง แม้จะไม่ได้ท้อง?

ไม่ผิดจ้า ชอบกินอะไรก็กินไปเถอะ แต่อย่ากินของดองมากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องอืด และเพิ่มความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตได้ แถมทุกวันนี้ ของดองไม่ได้มีแค่ตามตลาดหรือร้านอาหารอีกต่อไป แต่หาซื้อได้แทบทุกช่องทาง
หนึ่งในนั้นคือ ‘โคเรียดอง’ แบรนด์แซลมอนดองหรือกุ้งดองที่เห็นผ่าน TikTok อยู่บ่อยๆ แต่เบื้องหลังแบรนด์นี้ไม่ได้เริ่มจากการคิดเมนูให้ไวรัล หากเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมอาหารทะเลดองที่คนชอบกิน ถึงยังไม่มีมาตรฐานที่ทำให้คนเชื่อใจได้
Brand Inside มีโอกาสพูดคุยกับ ‘ภีม-พาทิศ บุญอนันต์’ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์โคเรียดอง ถึงเส้นทางการเติบโตตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จากการเช่าครัวเล็กๆ ไปสู่แบรนด์ที่มีมาตรฐานการผลิต มีรายได้กว่า 275 ล้านบาทในปี 2568 และตั้งเป้าขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
จากครัวเล็กๆ สู่ธุรกิจอาหารทะเลดองที่ส่งได้ทั่วประเทศ
‘ภีม’ เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 6 ปีก่อน ตลาดอาหารทะเลดองยังค่อนข้างกระจัดกระจาย สินค้าส่วนใหญ่มาในถุงพลาสติกหรือกล่องใสธรรมดา แม้จะมีลูกค้าที่ชอบกินอยู่แล้ว แต่หลายคนยังไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด คุณภาพ และมาตรฐานของสินค้า
ในฐานะที่ ‘ภีม’ เคยทำธุรกิจขายสินค้าแฟชันออนไลน์ และหุ้นส่วนอีกคนดูแลด้านการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหาร ทั้งคู่จึงนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์และ R&D มาผสมกัน เพื่อสร้างแบรนด์อาหารทะเลดองที่แตกต่างจากตลาดเดิม และแก้ Pain Point ของตลาดอาหารทะเลดอง
‘โคเรียดอง’ เริ่มต้นจากครัวเช่าขนาดเล็ก แต่เป้าหมายตั้งแต่วันแรกไม่ใช่การขายตามตลาดสดหรือหน้าร้านทั่วไป ทว่าเป็นการสร้างสินค้าให้สามารถส่งถึงลูกค้าทั่วประเทศ และต่อยอดไปต่างประเทศได้ในอนาคต
แต่ทันทีที่เปิดแบรนด์ ‘โคเรียดอง’ ก็ต้องเจอกับวิกฤตโควิด-19 เมื่อหน้าร้านในศูนย์การค้าเปิดไม่ได้ การขายออฟไลน์แทบหยุดชะงัก
วิกฤตครั้งนั้นกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ‘โคเรียดอง’ บริษัทใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนในการพัฒนาทั้งสูตรอาหารและระบบโลจิสติกส์ จนสามารถสร้างโมเดลการขายอาหารทะเลสดผ่านระบบขนส่งเย็นได้สำเร็จ ซึ่ง ‘ภีม’ มองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด
“ถ้าเราทำให้ของสดส่งออนไลน์ได้ทั่วประเทศ เราจะสร้างตลาดใหม่ได้”
รสชาติอร่อยไม่พอ แต่แพ็กเกจจิ้ง-ระบบเก็บความเย็นต้องปังด้วย
สิ่งที่ ‘ภีม’ มองว่า ‘โคเรียดอง’ ได้เปรียบ ไม่ใช่แค่รสชาติของน้ำดอง แต่คือการออกแบบทั้งระบบ
อย่างแรกคือ ‘บรรจุภัณฑ์’ ที่เปลี่ยนภาพจำของอาหารทะเลดอง จากถุงพลาสติกมาเป็น ‘กระปุก’ ที่ดูสะอาดและน่าเชื่อถือ ทำให้แบรนด์เป็นหนึ่งในผู้เล่นกลุ่มแรกที่นำแซลมอนดองบรรจุกระปุก และจัดส่งผ่านพัสดุเย็นได้ทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังลงทุนด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อยืดอายุสินค้า จากเดิมที่อาหารดองทั่วไปวางไว้นอกตู้เย็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มเสีย ให้สามารถเก็บในช่องแช่แข็งได้นานถึง 1 ปี โดยใช้เทคโนโลยี Shock Freeze ซึ่งยังช่วยรักษาคุณภาพของแซลมอน และช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหาร
ด้านวัตถุดิบ บริษัทเลือกใช้ทั้งของไทยและนำเข้า โดย ‘แซลมอน’ และ ‘โฮตาเตะ’ นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วน ‘กุ้ง’ และ ‘ปลาหมึก’ เลือกซื้อจากกลุ่มชาวประมงใน ‘พังงา’ และ ‘ภูเก็ต’ โดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพราะมองว่าเป็นการสนับสนุนประมงไทยไปพร้อมกับการรักษาคุณภาพวัตถุดิบ

อีกเรื่องที่ ‘ภีม’ มองว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือระบบ Cold Chain ในช่วงเริ่มต้น ลูกค้ายังไม่คุ้นกับการจ่ายค่าส่งอาหารสดเกือบ 200 บาท บริษัทจึงต้องอธิบายว่าทำไมการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิถึงมีความจำเป็น เพราะสิ่งที่ลูกค้าซื้อ ไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่คือคุณภาพของอาหารตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
แบรนด์โตไว เพราะสร้างเทรนด์-ตอบกระแสได้เร็ว
หลังสร้างมาตรฐานสินค้าได้สำเร็จ ‘โคเรียดอง’ ใช้เวลาเพียง 2 ปีในการแตะยอดขาย 100 ล้านบาท
ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าเกือบ 30 SKU โดยสินค้าหลักยังเป็นแซลมอนดอง กุ้งดอง และแมงกะพรุนดองซีอิ๊วเกาหลี โดยแซลมอนเพียงอย่างเดียว บริษัทนำเข้าปีละหลายสิบตัน และบริษัทขายสินค้ารวมได้ประมาณ 600,000-700,000 กระปุกต่อปี
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ‘บริษัท แฮปปี้ ฟู้ด อินเตอร์คิทเช่น จำกัด’ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ ‘โคเรียดอง’ ระบุว่า งบกำไรขาดทุนของบริษัทเป็นดังนี้:
- ปี 2568: รายได้ 275,348,656.05 บาท กำไร 5,825,756.55 บาท
- ปี 2567: รายได้ 160,478,160.59 บาท กำไร 1,212,535.03 บาท
- ปี 2566: รายได้ 124,513,453.82 บาท กำไร 840,433.72 บาท
- ปี 2565: รายได้ 124,851,350.92 บาท กำไร 538,357.38 บาท
- ปี 2564: รายได้ 105,581,973.39 บาท กำไร 1,228,728.27 บาท
‘ภีม’ เสริมว่า ปัจจุบันยอดขายประมาณ 65% มาจากออนไลน์ ส่วนที่เหลือมาจากออฟไลน์ โดยมีร้านของตัวเอง 7 สาขา วางขายใน Tops Supermarket และมีตู้จำหน่ายอัตโนมัติบนสถานี BTS บางแห่ง
อีกเหตุผลหนึ่งคือ การตอบสนองต่อกระแสได้เร็ว ‘ภีม’ ยกตัวอย่างช่วงที่ ‘แมงกะพรุนดองซีอิ๊วเกาหลี’ เริ่มเป็นกระแส โคเรียดองเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่นำมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ ทำให้สามารถจับดีมานด์ได้ตั้งแต่ช่วงแรก และทำให้สินค้าประเภทนี้มีราคาจับต้องได้มากขึ้น
อีกกลยุทธ์หนึ่ง ‘โคเรียดอง’ ยังให้ความสำคัญกับการทำ ‘CEO Branding’ แทนที่จะพึ่งอินฟลูเอนเซอร์เพียงอย่างเดียว ‘ภีม’ เลือกเป็นคนไลฟ์ขายสินค้าด้วยตัวเองผ่าน TikTok โดยแต่ละครั้งมีผู้ชมราว 800-2,000 คนต่อไลฟ์
เขามองว่าการไลฟ์ไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือพื้นที่พูดคุยกับลูกค้า รับฟังความคิดเห็นแบบเรียลไทม์ และนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาสินค้าต่อ ซึ่งยังช่วยลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะไม่มีใครอธิบายสินค้าได้ดีเท่าคนที่สร้างมันขึ้นมาเอง
‘ภีม’ มองว่า ยุคของเจ้าของธุรกิจที่นั่งอยู่หลังฉากกำลังหมดไป ผู้บริหารจำนวนมากเริ่มลงมาทำคอนเทนต์ ไลฟ์ขายของ และสร้างตัวตนควบคู่กับแบรนด์ เพราะเป็นวิธีสร้างความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าการพึ่งอินฟลูเอนเซอร์เพียงอย่างเดียว
เป้าหมายต่อไป คือการเป็นแบรนด์ไทยในตลาดโลก
หลังสร้างฐานในประเทศไทยได้แล้ว เป้าหมายต่อไปของ ‘โคเรียดอง’ คือการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
ประเทศแรกที่บริษัทมองเห็นโอกาสคือ ‘เวียดนาม’ ซึ่งปัจจุบันมีรีเซลเลอร์นำสินค้าไปขายอยู่แล้ว โดย ‘ภีม’ เล่าว่า สินค้าที่ขายในไทยราคาราว 349 บาทต่อกระปุก สามารถขายในเวียดนามได้ถึง 900-1,200 บาท สะท้อนว่าผู้บริโภคมองอาหารจากไทยเป็นสินค้าพรีเมียม
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายไป ‘ลาว’ ซึ่งเริ่มมีดีมานด์จากผู้บริโภคเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ‘ภีม’ อธิบายว่า การทำตลาดต่างประเทศไม่ได้หมายถึงการใช้สูตรเดียวกันทุกประเทศ เพราะถ้าเข้าไปทำตลาดจริง บริษัทจะปรับรสชาติให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของแต่ละพื้นที่ เช่น ตลาดเวียดนามและตะวันออกกลาง ที่อาจไม่รับประทานรสจัดหรือเค็มเท่าคนไทย
ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจ ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 600 ล้านบาท โดยหวังให้การเติบโตมาจาก TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่เป็นกลุ่มเฉพาะ สู่ผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ
สำหรับ ‘ภีม’ การแข่งขันของธุรกิจอาหารในวันนี้เป็นการแข่งขันว่า ใครสร้างความเชื่อมั่น ส่งมอบคุณภาพ และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้มากกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ลูกค้าซื้อไม่ใช่แค่แซลมอนดองหนึ่งกระปุก แต่คือความมั่นใจว่าทุกกระปุกจะมีมาตรฐานเหมือนเดิม
ที่มา: TikTok Shop Awards 2026
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




