
ในวันที่หลายคนรู้สึกว่าเหนื่อยทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร หรือต่อให้หยุดพักแล้วแต่ยังไม่หายล้า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบประสาทกำลังทำงานในโหมดตื่นตัวตลอดเวลาก็ได้นะ
Dr.Aditi Nerurkar แพทย์อายุรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเครียดจาก Harvard และผู้เขียนหนังสือ The 5 Resets อธิบายว่า เป้าหมายของชีวิตไม่ใช่การไม่มีความเครียด เพราะในทางชีววิทยาเป็นไปไม่ได้ แต่คือการทำให้ความเครียดกลับมาอยู่ในระดับที่สมองและร่างกายจัดการได้ ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน สามารถอาศัยความสามารถของสมองในการปรับตัว เพื่อสร้างเส้นทางประสาทใหม่ที่ช่วยให้เราฟื้นตัวจากความเครียดได้
แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้านประสาทวิทยาที่พบว่า สมองไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากการทำสิ่งยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เปลี่ยนจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง จึงไม่จำเป็นต้องลาไปพักผ่อนหลายวันหรือเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต เพียงเริ่มจากกิจวัตรเล็กๆ ก็อาจช่วยให้ระบบประสาทค่อยๆ กลับเข้าสู่สมดุลได้
- หยุด 30 วินาที ก่อนเปลี่ยนกิจกรรม
Dr.Aditi เรียกเทคนิคนี้ว่า Stop-Breathe-Be เมื่อกำลังจะเริ่มประชุม รับโทรศัพท์ เปิดประตู หรือเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง ให้หยุดสั้นๆ สูดหายใจเข้าลึก หายใจออกยาว แล้วรับรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ตรงนี้ การหยุดเพียงไม่กี่วินาทีช่วยลดการทำงานแบบอัตโนมัติของสมอง ลดการตอบสนองแบบสู้หรือหนี และเปิดโอกาสให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบแห่งการพักฟื้น กลับมาทำงานมากขึ้น
- เดินสั้นๆ แทนการบังคับตัวเองออกกำลังกายหนัก
เวลาที่เครียด สมองมักต่อต้านการออกกำลังกาย เพราะรู้สึกว่าต้องใช้พลังงานมาก Dr.Aditi จึงแนะนำให้เริ่มจากการเดินรอบบ้าน เดินรอบออฟฟิศ หรือเดินเพียงไม่กี่นาที การเคลื่อนไหวเบาๆ ช่วยให้สมองสร้างเส้นทางประสาทใหม่ และเมื่อทำซ้ำบ่อยๆ สมองจะเชื่อมโยงการเดินกับความรู้สึกดี ทำให้เกิดแรงจูงใจตามธรรมชาติ มากกว่าการฝืนตัวเองทุกครั้ง
- ลดเสียงรบกวนจากโทรศัพท์
หนึ่งในสิ่งที่ Dr.Aditi พูดถึงบ่อยคือ โทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องถูกใช้งานก็สามารถดึงสมาธิของเราได้ เพียงแค่วางอยู่บนโต๊ะ สมองก็แบ่งทรัพยากรส่วนหนึ่งไว้รอการแจ้งเตือน ลองปิด Notification ที่ไม่จำเป็น วางโทรศัพท์ให้ไกลสายตาระหว่างทำงาน หรือกำหนดช่วงเวลาที่ไม่แตะหน้าจอ วิธีเล็กๆ เหล่านี้ช่วยลดภาระของสมอง และทำให้มีสมาธิมากขึ้น
- เลิกทำหลายอย่างพร้อมกัน
แม้หลายคนจะคิดว่าตัวเอง Multitask ได้ แต่สมองจริงๆ แล้วกำลังสลับงานไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้พลังงานมากกว่าการทำทีละอย่าง ส่งผลให้เหนื่อยเร็ว สมาธิลดลง และรู้สึกเครียดมากขึ้น การโฟกัสงานเดียวในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วค่อยเปลี่ยนไปงานถัดไป เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานของสมองและลดความล้าทางความคิดได้ดีกว่า
- เริ่มจากแค่สองอย่าง
หลายคนล้มเลิกการดูแลตัวเอง เพราะพยายามเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งออกกำลังกาย นอนเร็ว เลิกเล่นมือถือ และกินอาหารสุขภาพในวันเดียว Dr.Aditi เสนอ Rule of Two คือเลือกเปลี่ยนเพียง 2 พฤติกรรมเล็กๆ ก่อน แล้วทำต่อเนื่องประมาณ 8 สัปดาห์ เมื่อสมองสร้างนิสัยใหม่ได้แล้ว จึงค่อยเพิ่มอย่างอื่น วิธีนี้สอดคล้องกับหลักการ Neuroplasticity ที่สมองเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด แค่เปลี่ยนจังหวะของวัน
สิ่งที่น่าสนใจในแนวคิดของ Dr.Aditi คือ การรีเซ็ตระบบประสาทไม่ใช่เรื่องของการ หนีไปพัก แต่คือการสร้างช่วงเวลาสั้นๆ ให้สมองได้หายใจระหว่างวัน บางครั้ง การหายใจลึกหนึ่งครั้ง เดินห้านาที หรือวางโทรศัพท์ไว้ไกลตัว อาจเป็นการส่งสัญญาณสำคัญให้สมองรับรู้ว่าตอนนี้ปลอดภัยแล้ว และเมื่อระบบประสาทรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เราอาจไม่ได้แค่รู้สึกเครียดน้อยลง แต่ยังกลับมามีพื้นที่สำหรับความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อีกครั้ง
อ้างอิง




