ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว

สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถูกฝังที่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ โดยมีประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากข้าร่วมในพิธีศพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของพิธีศพอันยิ่งใหญ่ ขณะที่นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน

การฝังศพมีขึ้นที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เกิดขึ้นหลังจากการจัดขบวนแห่ศพ การชุมนุม และพิธีไว้อาลัยต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาปะทุของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากสงบศึกกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 เดือน

คาเมเนอีเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสงคราม ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อเดือนมิถุนายน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ร่างของคาเมเนอีถูกนำไปตั้งไว้บนรถบรรทุก ซึ่งเคลื่อนผ่านถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนในเมืองมัชฮัดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ซึ่งมีโดมสีทองและหออะซานอันโดดเด่น โดยมีนักบวชนิกายชีอะห์สวมผ้าโพกศีรษะสีขาวเดินประกบอยู่ทั้งสองข้างรถ

ด้านหลังรถบรรทุกมีผู้ร่วมไว้อาลัยสวมชุดดำเดินตามมาอย่างหนาแน่น หลายคนโบกธงชาติอิหร่าน ชูภาพของคาเมเนอี และถือป้ายสีแดงที่มีข้อความปลุกเร้าอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม

Advertisement

Office of the Iranian Supreme Leader/ Handout via REUTERS

พิธีฝังศพครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของงานศพของอดีตผู้นำอิหร่าน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไว้อาลัยตลอดหนึ่งสัปดาห์โดยจัดขึ้นทั้งในอิหร่านและอิรัก ซึ่งผู้นำศาสนาของอิหร่านสนับสนุนให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังและความศรัทธาทางอุดมการณ์ของรัฐที่ปกครองด้วยหลักศาสนา โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมพิธีศพดังกล่าวมากถึง 12-15 ล้านคน

ขณะเดียวกัน ชะตากรรมและที่อยู่ของโมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้นำศาสนาเมื่อต้นเดือนมีนาคม หนึ่งสัปดาห์หลังการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาของเขา ยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวอิหร่าน

โมจตาบาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แม้ว่าจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพถ่าย วิดีโอ หรือบันทึกเสียงของเขาแม้แต่ครั้งเดียว

แหล่งข่าวระดับสูงในอิหร่านเผยว่า โมจตาบาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาและครอบครัวของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉมและแขนขาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะนี้โมจตาบากำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน ด้านหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านก็พยายามจำกัดการปรากฎตัวของเขา เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

ฝูงชนจำนวนมากเบียดเสียดกันในเมืองมัชฮัดเพื่อรอขบวนแห่ศพของคาเมเนอี ต่างตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้ล้างแค้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นผู้สั่งสังหารคาเมเนอีว่า “ขอสาบานด้วยเลือดของผู้นำสูงสุด ทรัมป์ พวกเราจะฆ่าคุณ!” ขณะที่สตรีหลายคนชูป้ายข้อความว่า “Kill Trump” หรือ “ฆ่าทรัมป์”

Office of the Iranian Supreme Leader/ Handout via REUTERS

เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ลานกว้างของปูชนียสถานอิหม่ามเรซาเต็มไปด้วยผู้ร่วมไว้อาลัยจำนวนมหาศาล มีเสียงตะโกนว่า “อเมริกาจงพินาศ” ดังไปทั่ว ท่ามกลางเสียงบทสวดไว้อาลัยและเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงผ่านเครื่องขยายเสียง

เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งยกโลงศพของคาเมเนอีขึ้นจากรถบรรทุก เพื่อนำข้ามฝูงชนที่หนาแน่นจนแทบไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ ไปยังซุ้มโค้งประดับกระเบื้องสีน้ำเงินภายในปูชนียสถาน

โมสดาฟา คาเมเนอี บุตรชายคยนโตของอดีตผู้นำอิหร่าน เป็นผู้นำประกอบพิธีละหมาดศพ ก่อนที่ผู้ร่วมไว้อาลัยชายจำนวนมากจะช่วยกันแบกโลงศพ ซึ่งตกแต่งด้วยสีแดง สีขาว และสีเขียวของธงชาติอิหร่าน เข้าไปภายในปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีจำนวนมากที่ถือเทียน ยื่นมือไปทางโลงศพ และร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า

สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พิธีฝังศพของคาเมเนอี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตพร้อมกัน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว