จีนโต้ 14 ชาติหนุนคำชี้ขาดทะเลจีนใต้ปี 2016 สวนกลับยอมทิ้งสิทธิพื้นที่ตนหรือไม่  

จีนโต้ 14 ชาติหนุนคำชี้ขาดทะเลจีนใต้ปี 2016 สวนกลับยอมทิ้งสิทธิพื้นที่ตนหรือไม่  

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม สหรัฐ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย แคนาดา เอสโตเนีย เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ โรมาเนีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ในคดีพิพาททะเลจีนใต้ ที่กรุงเฮก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2016 ซึ่งฟิลิปปินส์ได้ฟ้องร้องต่อจีน ทว่า จีนไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการพิจารณีนี้ ว่า ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายที่รองรับการอ้างสิทธิทางทะเลอย่างกว้างขวางของจีนในทะเลจีนใต้ โดยเนื้อหาในการพิจารณาประกอบไปด้วย ประเด็นนิยามทางภูมิศาสตร์ รวมถึงเกาะและโขดหิน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิทธิทางทะเล

ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญของการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงตอบโต้ว่า จีนมีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะหนานไห่จูเต่า (หมู่เกาะทะเลจีนใต้) ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะตงซา (หมู่เกาะปราตัส), หมู่เกาะซีซา (หมู่เกาะพาราเซล), หมู่เกาะจงซา และหมู่เกาะหนานซา (หมู่เกาะสแปรตลีย์) โดยจีนมีสิทธิในน่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีปที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว โดยตั้งแต่ช่วงต้นราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ชาวจีนได้เดินเรือในทะเลจีนใต้และค้นพบเกาะหนานไห่จูเต่า

พร้อมระบุว่า ทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยที่สุดในโลก จีนยืนกรานในการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและผลประโยชน์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้ และมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพ รวมถึงเสถียรภาพในพื้นที่

Advertisement

กระทรวงต่างประเทศจีนย้ำด้วยว่า จีนได้ดำเนินมาตรการมีเหตุผล ชอบด้วยกฎหมาย เป็นมืออาชีพ และอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมในการตอบโต้ต่อการละเมิดและการยั่วยุจากบางประเทศในทะเลจีนใต้เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์แห่งชาติ

กระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า ประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนทางบกไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ผ่านการเจรจาและการหารือกับประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ต่อไป

แถลงการณ์ระบุอีกว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ไม่ได้เพียงแต่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาทางทะเลระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือให้ฟิลิปปินส์ใช้ในการขยายข้อเรียกร้องด้านดินแดนและสิทธิทางทะเลของตน ทั้งยังทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาครุนแรงขึ้น พร้อมกับเปิดช่องให้มหาอำนาจภายนอกเข้ามาแทรกแซงและสร้างความไม่มั่นคงในทะเลจีนใต้

“ฝ่ายจีนขอถามว่า ประเทศต่างๆ ที่สนับสนุนคำชี้ขาดดังกล่าวจะยินยอมสละสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลในพื้นที่เกาะและแนวปะการังที่เกี่ยวข้องกับตนเองโดยสมัครใจหรือไม่ โดยการที่บางประเทศยังคงนำคำชี้ขาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้มาเน้นย้ำและเผยแพร่ต่อไปนั้น ไม่สอดคล้องกับการมีอยู่ของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และขัดต่อความปรารถนาของประเทศต่างๆ และประชาชนในภูมิภาคที่ต้องการการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง” กระทรวงต่างประเทศจีนระบุ