อิหร่านชี้ ข้อเสนอจบศึกมะกัน แค่ลิสต์ความต้องการสหรัฐ

อิหร่านกล่าวว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอสันติภาพจากสหรัฐ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า เป็นข้อเสนอที่จะยุติสงครามอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีข้อเสนอดังกล่าวไม่มีข้อเรียกร้องสำคัญของสหรัฐบางประการเช่นที่เคยผ่านมา ซึ่งรวมถึงการให้อิหร่านระงับโครงการนิวเคลียร์ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากปากีสถานและแหล่งข่าวที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้จะบรรลุความตกลงใน “บันทึกความเข้าใจ” ยาวหนึ่งหน้า ซึ่งจะยุติความขัดแย้งอย่างเป็นทางการ และเปิดประตูสู่การหารือเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน และกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้แตกต่างจากแผน 14 ข้อที่อิหร่านเสนอเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างไร และอิหร่านเองก็ยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐ ขณะที่สำนักข่าว ISNA ของอิหร่านอ้างคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านว่า เตหะรานจะส่งคำตอบกลับไปให้กับสหรัฐ

กระนั้นก็ดี เอ็บราฮิม เรซาอี สมาชิกรัฐสภาและโฆษกคณะกรรมาธิการนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเหมือนรายการสิ่งที่สหรัฐอยากได้ มากกว่าจะเป็นความจริงที่จะเกิดขึ้นได้

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน แสดงท่าทีที่ดูเหมือนจะเยาะเย้ยรายงานข่าวที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลง โดยโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ปฏิบัติการเชื่อใจฉันเถอะ ล้มเหลว” และว่า รายงานดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามในการบิดเบือนสร้างภาพของสหรัฐ หลังจากล้มเหลวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาเดินเรือได้

Advertisement

แหล่งข่าวที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยระบุว่า การเจรจาของสหรัฐนำโดยสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ โดยหากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในข้อตกลงเบื้องต้น ก็จะเริ่มต้นนับเวลา 30 วันในการเจรจาอย่างละเอียด เพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์

ข้อตกลงฉบับเต็มจะรวมถึงการยุติมาตรการปิดล้อมของทั้งสหรัฐและอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ การปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ รวมถึงการกำหนดข้อจำกัดบางประการต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

แม้แหล่งข่าวระบุว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะยังไม่กำหนดให้ฝ่ายใดต้องยอมถอยในทันที แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องสำคัญหลายประการที่สหรัฐเคยยืนกรานมาในอดีต ซึ่งอิหร่านก็ปฏิเสธที่จะทำมาตลอด เช่น การจำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และการยุติการสนับสนุนกองกำลังตัวแทนในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวยังไม่ได้กล่าวถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งใกล้เคียงกับเกรดที่สามารถนำไปผลิตอาวุธได้ที่มีอยู่มากกว่า 400 กิโลกรัมอีกด้วย

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล พันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสงครามอิหร่าน กล่าวว่า เขาและทรัมป์เห็นพ้องกันว่า จะต้องมีการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดออกจากอิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ได้

ขณะที่อิหร่านปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ได้ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด