ทรัมป์แจ้งคองเกรส ฟื้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน จี้รัฐอ่าวชดเชยค่าคุมฮอร์มุซ

ทรัมป์แจ้งคองเกรส ฟื้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน จี้รัฐอ่าวชดเชยค่าคุมฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังโจมตีขีดความสามารถของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ และบอกว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านยังสามารถเป็นไปหรือไม่

ทรัมป์กล่าวอีกว่า เป็นไปได้ว่าอิหร่านอาจมีโดรนอยู่ในคิวบา ทางสหรัฐกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง ก็จะจัดการกับเรื่องนี้ และบอกว่า สหรัฐจะโจมตีภูเขาพิกแอกซ์ในอิหร่าน ขอให้ชาวอิหร่านเตรียมตัวไว้

“เรากำลังจับตาดูภูเขาพิกแอกซ์อย่างใกล้ชิด โดยตอนนี้เราไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ อิหร่านกำลังประสบปัญหาอย่างหนักในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ เมื่อเราได้ยินเรื่องนี้ สหรัฐก็จะระเบิดมันทิ้งเสียทุกครั้ง ดังนั้นอิหร่านจึงไม่ยินดีที่จะเอ่ยถึงประเด็นนี้” ทรัมป์กล่าว

โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ภูเขาพิกแอกซ์ ที่อยู่ใกล้กับโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม นาทานซ์ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก อยู่ลึกเกินกว่าที่ระเบิดเจาะบังเกอร์ของสหรัฐจะสามารถทำลายได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา

Advertisement

“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักในคืนนี้ และเราจะโจมตีอย่างหนักอีกในวันพรุ่งนี้ และพวกเขาไม่มีทางทำอะไรเพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้ได้” ทรัมป์กล่าว

นอกจากนั้น ทรัมป์กล่าวว่า ต้องการให้รัฐอ่าวชดเชยค่าใช้จ่ายที่สหรัฐช่วยเหลือในการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซด้วย

ในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการถึงสภาคองเกรส โดยระบุว่าปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านได้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นกรอบเวลาใหม่ 60 วัน ที่จะสามารถใช้กำลังทหารในภูมิภาคได้โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

“ข้าพเจ้าได้สั่งการปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ โดยสอดคล้องกับความรับผิดชอบที่พึงมีในการปกป้องชาวอเมริกัน รวมถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ” ทรัมป์ระบุในหนังสือ

ทรัมป์กล่าวอีกว่า อิหร่านได้ละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่สหรัฐลงนามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน หลังจากที่ได้โจมตีเรือพาณิชย์ที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นสาเหตุให้ทรัมป์กลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และเมื่อความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น สหรัฐจะกลับมาดำเนิน มาตรการปิดล้อมการขนส่งทางเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย และจะรับรองว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้มีการสัญจรได้