หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเพียง 1 สัปดาห์ ดูเหมือนว่า ‘Thaimart’ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย จะยังเดินหน้าสร้างกระแสต่อเนื่อง ทั้งในแง่จำนวนผู้ใช้งาน ร้านค้าที่เข้าร่วม และยอดดาวน์โหลด

ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่า แพลตฟอร์มกำลังเร่งจัดการปัญหาหลังบ้าน ตั้งแต่การคัดกรองร้านค้า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ไปจนถึงการพัฒนาระบบ ก่อนเปิดบริการอีกครั้งในเดือนสิงหาคม
ข้อมูลล่าสุดจาก Thaimart ระบุว่า ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมแล้ว 33,448 ร้าน และมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 258,960 ครั้ง โดยแอปยังคงครองอันดับ 1 แอปฟรีหมวด Shopping ทั้งบน App Store และ Google Play พร้อมตั้งเป้าหมายถัดไปที่ 1 ล้านดาวน์โหลด
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเดินหน้ารับร้านค้าเพิ่ม Thaimart กลับประกาศปิดรับสมัครร้านค้าใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อโฟกัสกับการปรับปรุงระบบ และยกระดับการให้บริการ โดยระบุว่า จำนวนร้านค้าและผู้ใช้งานที่มีอยู่ในตอนนี้ ถือว่า “เพียงพอ” สำหรับใช้เป็นฐานในการพัฒนาระบบหลังบ้านให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
บริษัทให้เหตุผลว่า ช่วงเปิดตัวมีผู้ประกอบการสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนทีมงานตรวจสอบและดูแลได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้การติดตามปัญหาบางส่วนล่าช้า อีกทั้งยังพบปัญหาเรื่องสินค้าปลอมและการจัดส่งที่ต้องเร่งแก้ไข จึงตัดสินใจหยุดรับร้านค้าชั่วคราว และเตรียมเปิดรับอีกครั้งในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 พร้อมเปิดตัว ‘Thaimart Seller App’ สำหรับผู้ขายอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ ‘นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ‘ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส’ โพสต์ตัวเลขบนเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังเปิดให้บริการครบ 5 วันว่า มีคำขอเปิดร้านทั้งหมด 28,726 คำขอ โดยอนุมัติแล้ว 21,301 ร้าน และยังมีอีกกว่า 7,000 ร้านที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ฝั่งสินค้ามีการอัปโหลดเข้าสู่ระบบทั้งหมด 118,160 รายการ แต่มีการคัดกรองและลบออกไปแล้ว 3,185 รายการ หรือราว 2.7% เนื่องจากเข้าข่ายเป็นสินค้าปลอมหรือไม่ได้มาตรฐานตามนโยบายของแพลตฟอร์ม ทำให้ปัจจุบันเหลือสินค้าที่เปิดขายจริง 114,975 รายการ
หมวดหมู่ที่มีผู้ขายนำสินค้ามาลงมากที่สุดยังเป็นกลุ่ม ‘สุขภาพและความงาม’ อยู่ที่ 18,817 รายการ (16.4%) ตามมาด้วยแฟชัน ของใช้ในบ้านและสวน อาหารและเครื่องดื่ม และยานยนต์
ในด้านการซื้อขาย ช่วง 5 วันแรกมีออเดอร์รวม 10,651 รายการ โดยประมาณ 16% ซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอีกกว่า 40% อยู่ระหว่างการจัดส่ง หรือจัดส่งถึงมือลูกค้าแล้ว ขณะที่ออเดอร์ถูกยกเลิกมีสัดส่วน 26.6% ซึ่งบริษัทอธิบายว่า เป็นผลจากระบบในช่วงเริ่มต้นและร้านค้าบางส่วนยังปรับตัวไม่ทัน ส่วนข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายพบเพียง 1 รายการ
อีกปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกคือ ช่องทางติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าที่มีข้อความค้างจำนวนมาก ซึ่งบริษัทระบุว่า เร่งเสริมทีมบริการลูกค้า ทั้งการดึงทีมจาก ‘ลอตเตอรี่พลัส’ เข้ามาช่วย รวมถึงเปิดรับพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าเพิ่ม ทำให้จำนวนข้อความที่ค้างลดลงจากเดิมอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน Thaimart ยังเดินหน้าตอกย้ำจุดยืนเรื่องการจัดการสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ภายใต้สโลแกน “ของแท้ต้อง Thaimart” โดยล่าสุดได้รับแจ้งจากแบรนด์ ‘Pajara Brand’ ว่าพบสินค้าชุดนอนละเมิดลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนวางขายบนแพลตฟอร์ม หลังตรวจสอบพบว่า ร้านค้าดังกล่าวไม่มีเอกสารแสดงสิทธิ์ จึงสั่งระงับและแบนร้านค้าทั้งหมด 5 บัญชีภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ ‘นอท’ ยังเคยเปรียบเทียบภาพของ Thaimart ว่า อยากเป็น “ห้างพารากอนดิจิทัล” มากกว่าจะเป็น ‘ตลาดนัดออนไลน์’ โดยมองว่าผู้บริโภคยอมจ่ายมากกว่า หากมั่นใจว่าได้สินค้าของแท้ มีบริการหลังการขายที่ดี และมีกติกาที่ชัดเจน ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็ควรมีพื้นที่สำหรับสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แข่งขันกันด้วยการตัดราคาเพียงอย่างเดียว
สำหรับช่วงนี้ ผู้ขายที่เปิดร้านอยู่แล้ว ยังสามารถเพิ่มสินค้า จัดการออเดอร์ และบริหารร้านผ่านเว็บไซต์ของ Thaimart ได้ตามปกติ ส่วนแอปสำหรับผู้ขายจะเปิดให้ใช้งานพร้อมกับการกลับมาเปิดรับร้านค้าใหม่ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยเป้าหมายต่อจากนี้คือ รักษาอันดับ 1 บนทั้ง App Store และ Google Play พร้อมเดินหน้าสู่ 1 ล้านดาวน์โหลด
ที่มา: Thaimart [1][2][3][4][5], นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ [1][2][3]
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




