ฟ้าขาวดวลสิงโตคำราม ลุ้นตั๋วเข้าชิงบอลโลกคืนนี้เดือดแน่!

ศึกฟุตบอลโลก 2026 คืนวันที่ 15 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศคู่ที่สอง ระหว่างอาร์เจนตินา แชมป์เก่า และแชมป์ 3 สมัย กับอังกฤษ อดีตแชมป์ 1 สมัย ที่เมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ตรงกับเวลาไทย 02.00 น. เช้ามืดวันที่ 16 กรกฎาคม

ทีมฟ้า-ขาวมีสถิติชนะรวดตั้งแต่รอบแรก แต่ในรอบน็อกเอาต์ผ่านมาได้แบบค่อนข้างทุลักทุเล รอบ 32 ทีมสุดท้าย เฉือนชัยเคปเวิร์ด 3-2 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เฉือนชัยอียิปต์ 3-2 จากที่ตาม 0-2 และรอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะสวิตเซอร์แลนด์ที่เหลือผู้เล่น 10 คน 3-1 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ

ส่วนสิงโตคำราม รอบแรกชนะ 2 เสมอ 1 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ชนะดีอาร์ คองโก 2-1 รอบ 16 ทีมสุดท้ายเฉือนเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก 3-2 และรอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะนอร์เวย์ 2-1

คู่นี้มีประวัติศาสตร์เป็นคู่ปรับกันมายาวนาน ทั้งเบื้องหลังทางการเมือง และในการเผชิญหน้าในวงการลูกหนัง ทั้ง 2 ทีมเจอกันมา 14 ครั้ง อังกฤษชนะ 6 อาร์เจนตินาชนะ 3 และเสมอกัน 5 นัด เป็นการพบกันในฟุตบอลโลก 5 ครั้ง ครั้งที่โด่งดังที่สุดไม่พ้นปี 1986 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานแข้งฟ้า-ขาวผู้ล่วงลับ ฝากผลงาน 2 ประตูประวัติศาสตร์เอาไว้ ทั้ง “หัตถ์พระเจ้า” และ “ประตูแห่งศตวรรษ” ที่ลากผ่านผู้เล่นอังกฤษเข้าไปทำประตูให้ทีมชนะ 2-1 ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์โลก

บอลโลกหนนี้ ทีมฟ้า-ขาว ทำผลงานค่อนข้างทุลักทุเลในรอบน็อกเอาต์ แต่ก็ยังพอจะเอาตัวรอดมาได้โดยอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะนำโดยลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงไปแล้ว 8 ประตู นำดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ร่วมกับคีเลียง เอ็มบัปเป้

Advertisement

ขณะที่อังกฤษแม้จะเข้ารอบลึกในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ได้ต่อเนื่อง แต่กุนซือ โธมัส ทูเคิล ไม่พอใจฟอร์มในนัดหลังสุดที่ชนะนอร์เวย์ โดยระบุว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุง ทั้งทางเทคนิคและความหลากหลายในการทำประตู เนื่องจากจาก 13 ประตูที่สิงโตคำรามทำได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ มาจากแฮร์รี่ เคน กับจู๊ด เบลลิงแฮม รวมกันถึง 12 ประตู

ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม อาร์เจนตินาไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ส่วนอังกฤษ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ติดโทษแบน ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน แขนหัก ลงไม่ได้อีกแล้ว บูกาโย่ ซาก้า อาจไม่สมบูรณ์นัก แต่ข่าวดีคือ ดีแคลน ไรซ์ ทำท่าจะหายป่วยพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกแล้ว