รมต.สุรศักดิ์ ลุยปฏิรูปโครงสร้างกีฬาไทย ขานรับตั้งกระทรวงกีฬา ยกระดับการพัฒนาทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงทิศทางการปฏิรูปด้านการกีฬาของประเทศ ว่า กระทรวงฯเดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารงานด้านกีฬา เพื่อยกระดับการพัฒนานักกีฬา กีฬาอาชีพ และอุตสาหกรรมกีฬา ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมผลักดันการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์การพัฒนากีฬาในระยะยาว

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างกระทรวงกีฬา โดยยังคงมีกรมพลศึกษา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก พร้อมยกระดับสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาให้มีสถานะเทียบเท่ากรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาในทุกมิติด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์การกีฬา และเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกีฬา เพื่อดูแลระบบนิเวศกีฬา (Sports Ecosystem) ส่งเสริมกีฬาอาชีพ การลงทุน และการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมกีฬาอย่างครบวงจร

ในด้านการสนับสนุนสมาคมกีฬา กระทรวงฯจะกำหนดให้ทุกสมาคมกีฬาได้รับงบประมาณพื้นฐานที่เหมาะสม โดยจะไม่มีสมาคมกีฬาใดไม่ได้รับการสนับสนุนอีกต่อไป พร้อมใช้เกณฑ์ประเมินจากผลงานและหลักธรรมาภิบาลในการจัดระดับสมาคมกีฬา (Tier 1, Tier 2 และ Tier 3) เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีความเป็นธรรม โปร่งใส และสะท้อนผลการดำเนินงานอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังผลักดันระบบโอนเงินสนับสนุนตรงถึงนักกีฬาและผู้ฝึกสอน เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในวงการกีฬา

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชน โดยเตรียมจัดลีกเยาวชนในชนิดกีฬาหลัก เช่น ฟุตบอล และวอลเลย์บอล อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยมีแผนเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ พร้อมยืนยันการสนับสนุน อีสปอร์ต ในฐานะกีฬาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้แก่เยาวชน โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพอย่างเป็นระบบ

นายสุรศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า การปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการกีฬาไทยทั้งระบบ ตั้งแต่การสร้างนักกีฬาเยาวชน การพัฒนากีฬาอาชีพ ไปจนถึงการผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

Advertisement