
สัมภาษณ์พิเศษ
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สวมหมวกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) คุมโควตา 5 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ อายุงานในรัฐบาล “อนุทิน 2” ผ่านมาแล้วเกือบ 5 เดือน ร่วมผลักดันนโยบาย ที่ผลักดันจากพรรคผนึกกับนโยบายรัฐบาล
แผนใหม่-โจทย์ใหม่ของ รมว.แรงงาน มีทั้งแผนจัดหาแรงงานเพิ่ม รับวิกฤตที่นำเข้าแรงงานเมียนมา กัมพูชาไม่ได้ และต้องเคลื่อนแรงงานทั้ง 45 ล้านคน คู่ขนานการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงต้องทำทั้งขารายได้-รายจ่าย ของกองทุนมหึมาที่ดูแลมนุษย์เงินเดือนทั้งประเทศ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ครอบคลุมทั้งนโยบายของกระทรวงแรงงานเพื่อขับเคลื่อน “ทุนมนุษย์” ในสภาพการณ์ที่พรรคเพื่อไทยได้กำกับ 5 กระทรวง ที่เป็นมิติด้านทุนมนุษย์ มีทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลประชาชนคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย
แรงงานเคลื่อนสังคม-เศรษฐกิจ
ในส่วนกระทรวงแรงงาน ดูกลุ่มแรงงาน 45 ล้านคน โดยในจำนวนนี้อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 10 กว่าล้านคน ดังนั้น จึงต้องดูแลในเรื่องของสวัสดิภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ รายได้ และการเข้าสู่งาน ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวง 2 น้ำ เป็นทั้งกระทรวงสังคม เพราะดูแลคน ดูแลเรื่องสวัสดิการ แต่ขณะเดียวกันต้องดูในมิติของเศรษฐกิจด้วย เพราะกระบวนการพัฒนาแรงงาน คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะแรงงานเป็นหัวใจหลักในการที่จะดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ
“เราต้องขับเคลื่อนทั้ง 2 มิติ หากเราพัฒนาแรงงาน ดูแลสวัสดิการของแรงงาน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ถ้าเราไม่พัฒนาแรงงาน ไม่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เขาดีขึ้น ไม่ทำให้ Productivity หรือการผลิตของเขาเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายประเทศก็เสียความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น กระทรวงแรงงานในยุคนี้ต้องบาลานซ์ทั้ง 2 ส่วน” นายจุลพันธ์กล่าว
รมว.แรงงานมั่นใจว่าจะทำให้แรงงานไทยมีกิน มีใช้ มีศักดิ์ศรี โดยเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ถ้าการเติบโตทางเศรษฐกิจดี การจ้างงานเพิ่มมากขึ้น รายได้ของแรงงานสามารถขยายตัวเติบโตได้ ก็เป็นโจทย์ตรงกัน
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานทำงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาความต้องการของตลาด จากนั้นพัฒนาทักษะของคนไทยให้รองรับกับงาน เช่น อุตสาหกรรมรถ EV กำลังเป็นที่ต้องการแรงงาน อาจจะต้องหาแรงงานที่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมชิปแบบเก่า เพราะทักษะใกล้เคียงกัน หรืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ต้องฝึกอบรมแรงงาน เพื่อยกระดับรายได้ จากคนที่มีรายได้ 15,000 บาท ขึ้นเป็น 24,000 บาท และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ดันรายได้-ผลิตภาพ และ GDP ขยายตัวได้
ดึงแรงงานเนปาล ศรีลังกา รับวิกฤต
รมว.แรงงานยอมรับว่าขณะนี้มีวิกฤตขาดแคลนแรงงาน ประเภท Low Skill Labor หลังจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายปี 2568 มีแรงงานหลุดออกไปจากระบบไปจำนวนมาก ทำให้แรงงานในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง ภาคบริการ บางส่วนหายไป สถานการณ์วิกฤตพอสมควร
ดังนั้น ต้องเตรียมการลงทะเบียนเพื่อให้แรงงานกลับมาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง พร้อมกับหาตลาดทดแทน ต้องสร้างความหลากหลายมากขึ้น ไม่สามารถพึ่งพาแรงงานต่างชาติจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะอีกต่อไป เพราะเกิดเหตุการณ์ เช่น กรณีกัมพูชา หรือสถานการณ์ในเมียนมา ถ้าวันหนึ่งเกิดยกระดับขึ้นไปจนกระทั่งแรงงานเหล่านั้นไม่สามารถเข้ามาได้เราจะไม่มีตัวเลือก เพราะประเทศไทยเราพึ่งพาแรงงานบางกลุ่มมากเกินไป
“วันนี้เราพยายามที่จะไปดึงแรงงานประเทศอื่นมาเพิ่มเติม เช่น เนปาล ศรีลังกา ปากีสถาน เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาด จะเป็นโจทย์ในการที่จะสร้างความหลากหลายในเรื่องของตัวเลือกให้กับคนไทย และอุตสาหกรรมไทย จะไม่ทำให้เกิดการหายไปของแรงงานอย่างปัจจุบัน”
ดึงแพลตฟอร์มล้านคนเข้า สปส.
นายจุลพันธ์กล่าวว่า อีกสิ่งที่กระทรวงแรงงานพยายามทำอยู่ คือ การที่จะขยายฐานของระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกที่ทุกคนให้ความสำคัญ เป็นตาข่ายสุดท้ายที่จะรองรับกรณีที่เกิดเจ็บป่วย ตกงาน และที่เป็นบำนาญในช่วงปลายอาชีพ หลังจากเกษียณอายุ วันนี้โจทย์สำคัญอย่างหนึ่งของกระทรวงแรงงาน คือ การขยายฐานตรงการช่วยเหลือ
“ที่เป็นห่วงคือ แรงงานที่อยู่นอกระบบประกันสังคม โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มที่มีไม่ต่ำกว่าล้านคน
ต้องไปดูว่าทำไมคนกลุ่มนี้ไม่เข้าสู่ระบบ อาจเป็นเพราะประกันสังคมมาตรา 40 เงินสมทบต่ำ สิทธิประโยชน์ค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับมาตรา 33 ดังนั้น จะเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างไร ที่ไม่กระทบเสถียรภาพความมั่นคงของกองทุนสำนักงานประกันสังคม และไม่เป็นภาระที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถแบกไหว”
สำหรับโจทย์แรงงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ส่งอาหาร จ้างคนไปนวดที่บ้าน จ้างคนไปทำความสะอาดบ้าน ผ่านระบบออนไลน์แพลตฟอร์ม กลุ่มพวกนี้มีข้อจำกัด การตีความให้คำนิยามว่าใครเป็นคนจ้าง ยังเป็นข้อถกเถียงที่ทั่วโลกโดยเฉพาะองค์กรแรงงานโลก ว่าตัวแพลตฟอร์มเป็นผู้จ้าง หรือว่าผู้ใช้บริการที่เป็นคนจ้าง เราจะดึงให้กลุ่มคนแรงงานแพลตฟอร์มไม่ต่ำกว่าล้านคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมให้ได้ เพื่อให้เขามีความมั่นคงในอาชีพ เพราะฉะนั้นการขยายฐานของสำนักงานประกันสังคมจึงเป็นโจทย์สำคัญ
ครีเอเตอร์ 8 แสนรายเข้าระบบ
นายจุลพันธ์กล่าวว่า เทรนด์ของโลกแพลตฟอร์ม หรือเศรษฐกิจดิจิทัล เติบโตเร็วมาก เช่นเดียวกับไทยที่เติบโตเร็วมากในช่วง 5 ปีถึง 10 ปีล่าสุด เชื่อมั่นว่าในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีจากนี้แรงงานแพลตฟอร์มจะเพิ่มเป็น 3 – 5 ล้านคน รวมถึงแรงงานกลุ่มที่เป็นคนผู้ผลิตคอนเทนต์ ที่ทำคอนเทนต์เป็นอาชีพอย่างเดียวมี 3-4 แสนคน แต่คนที่มีอาชีพเสริมด้วยมีประมาณ 8 แสนคน และตัวเลขดังกล่าวก็ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น
ดังนั้น จะทำยังไงเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้เขาสามารถมีตัวเลือก อย่างน้อยในการที่จะเข้าสู่ระบบอะไรสักอย่างหนึ่งที่เป็น Social Security เป็นระบบประกันสังคม เพื่อยืนยันว่าเขาสามารถที่จะมีความมั่นคงในอาชีพได้ อันนี้มันเป็นโจทย์ที่ต้องทำ
เพิ่มผลตอบแทนกองทุนประกันสังคม
อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม เช่น การลงทุนซื้ออาคาร อาจทำให้ประกันสังคมล่มสลายได้ นายจุลพันธ์ยืนยันว่า ไม่เป็นเช่นนั้น เวลาพูดถึงความเสี่ยงของกองทุนประกันสังคม ในส่วนที่เป็นบำนาญชราภาพ ซึ่งฝั่งผู้ประกันตนในช่วง 15 ปีแรกมีแต่การส่งเงินสมทบ ไม่มีขาออกเลย เพราะยังไม่ครบ 15 ปี ไม่มีสิทธิ์รับบำนาญ จนกระทั่งมีคนแรกที่ส่งบำนาญมาแล้วได้สิทธิ์ เมื่อปี 2558-2559 ก็มีเงินบาทแรกออกไป หลังจากนั้นก็มีคนเกษียณอายุเข้ามาเรื่อย ๆ
สำนักงานประกันสังคมก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือการปรับเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน เพราะสำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่เอาเม็ดเงินจากผู้ประกันตนไปลงทุน เราก็ปรับเพิ่มเป้าหมาย จาก 2-3% ให้กลายเป็น 5% ขึ้นไป ก็จะทำให้การเติบโตของเม็ดเงินเร็วกว่าขาออก
เล็งขยายอายุเข้าประกันสังคม
การขยายฐานรายได้เงินประกันสังคม เช่น แรงงานแพลตฟอร์ม จะทำให้มีเงินขาเข้ามากขึ้น เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้กับคนจำนวนมาก และเราต้องมาดูเรื่องของกรอบอายุ อาจจะต้องมาเพิ่มคนที่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้มากขึ้น
วันนี้ประเทศไทยได้รับบำนาญชราภาพอายุ 55 ปี แต่สิงคโปร์จะไปถึงอายุ 65 ปี ถ้าเราขยายกรอบอายุขึ้นก็จะทำให้ระยะเวลาในการส่งเงินมากขึ้น ก็จะเกิดความมั่นคงต่อเสถียรภาพของกองทุน สอดคล้องกับปัจจุบันที่คนอายุ 55 ยังไม่มีใครออกจากงาน ยกเว้นประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ก็อาจจะรีไทร์เร็วขึ้น ดังนั้น ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมในปัจจุบัน
“โจทย์ง่าย ๆ ก็คือให้เงินขาเข้ามันมากกว่าขาออก ถามว่าสำนักงานประกันสังคมในปัจจุบันเป็นเช่นไร ผมยืนยันเราไม่ได้อยู่ในความเสี่ยง และตัวสำนักงานประกันสังคมก็ต้องปรับบริบทของตัวเองเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย” รมว.แรงงานกล่าว




