เมื่อแบรนด์ไม่ได้แข่งกันแค่โลโก้ แต่เริ่มแข่งกันด้วยกลิ่น ‘Bath & Bloom’ จับมือ ‘การบินไทย’ ส่ง 4 กลิ่นตัวแทนความไทยขึ้นสู่ท้องฟ้า

เมื่อเครื่องหอมไทยได้ขึ้นไปอยู่บนฟ้า Bath & Bloom จับมือ การบินไทย ส่ง ‘กลิ่นไทย’ ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่บนเครื่อง

ลองทายกันดูเล่นๆ ว่าในบรรดาประสาทสัมผัสทั้งหมด อะไรคือสิ่งที่ทำงานกับความทรงจำของคนเราได้ดีที่สุด ติ๊กต่อกๆ คำตอบนั้นก็คือ ‘กลิ่น’ นั่นเอง

นี่คือการคอลแลปที่น่าสนใจ และเรียกได้ว่าเป็นประตูบานแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ระหว่าง ‘Bath & Bloom’ เครื่องหอมแบรนด์ไทย และสายการบินแห่งชาติอย่าง ‘การบินไทย’ นั่นเอง

เพื่อพัฒนาเครื่องหอมซีรีส์พิเศษอย่าง ‘กลิ่นไทย: A reflection of THAI’ ให้ผู้โดยสารได้ลองกันตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ซึ่งชาวต่างชาติได้รู้สึกถึงกลิ่นความเป็นไทย ขณะที่คนไทยก็ได้การต้อนรับจากบ้าน

ก่อนอื่นเลย คำถามสำคัญก็คือทำไมต้องเป็นกลิ่น? ในการต้อนรับของการบินไทยมีคอนเซ็ปต์ที่หลายคนไม่รู้มาก่อนก็การออกแบบผ่านหลัก ‘อายตนะทั้ง 6’ หรือก็คือการมอบประสบการณ์ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความรู้สึกในใจ

หรือก็คือการส่งประสบการณ์และเอกลักษณ์ความเป็นไทยครบทุกประสาทสัมผัส ซึ่งการใช้ ‘กลิ่น’ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

การร่วมมือกับ Bath & Bloom นั้นไม่ใช่แค่ความหอม เพราะจริงๆ แล้ว กลิ่นถือเป็นประสาทสัมผัสที่ทำงานกับความทรงจำและความรู้สึกของมนุษย์โดยตรงอีกด้วย

ทั้งยังเป็นการ ’สร้างตัวตนของแบรนด์’ ผ่านกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถบอกเล่าตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน เป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ทำให้นึกถึงเสมอเมื่อได้กลิ่นนั่นเอง

สำหรับเครื่องหอมที่ Bath & Bloom ได้ออกแบบเพื่อการบินไทยครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า ‘กลิ่นไทย: A reflection of THAI’ 

ความน่าสนใจก็คือทั้ง 4 กลิ่นที่ปรุงใหม่นี้ เป็นตัวแทนของเรื่องราวในระหว่างการบิน เริ่มตั้งแต่การต้อนรับขึ้นเครื่อง ภาพของเส้นขอบฟ้าระหว่างที่บิน และการแลนด์ดิ้งเตรียมพร้อมรับการเดินทางที่สดใส 

แต่ละกลิ่นก็จะมีคาแรกเตอร์แตกต่างกันออกไปตามแต่ Top Note (กลิ่นแรกเปิดสัมผัส) และ Base Note (กลิ่นฐาน) แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ Middle Note (กลิ่นกลาง) ที่จะเป็นกลิ่นของดอกมะลิยามเช้า ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพวงมาลัยดอกมะลิของไทย

แต่พูดแบบนี้ หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าซีรีส์กลิ่นไทยจะออกมาดูมีอายุ ชวนนึกถึงน้ำอบ หรือสมุนไพรไทยแบบจ๋าๆ แต่ความจริงแล้วซีรีส์นี้ต้องการนำเสนอความไทยที่มีความเป็นสากล เพื่อให้นักเดินทางจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ 

โดย กลิ่นไทย: A reflection of THAI ที่ทาง Bath & Bloom ปรุงใหม่เพื่อใช้บนเครื่องการบินไทยประกอบไปด้วย

  • FIRST LIGHT: Hand Wash ที่ให้ความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่ รู้สึกสดชื่นตั้งแต่การก้าวขึ้นเครื่อง
  • SILKEN VEIL: Hand & Body Moisturizer มาในคอนเซปต์การปลอบประโลมและสร้างความสมดุล นุ่มนวล สงบ ในระหว่างการบิน
  • BLOOMING HORIZON: Eau de Toilette ที่มาของกลิ่นจากภาพวิวนอกหน้าต่างเครื่องบิน เป็นเส้นขอบฟ้าที่สวยงามและเงียบสงบ เต็มไปด้วยความหวังของรุ่งอรุณ
  • SILK ROUTE: Eau de Cologne สื่อถึงการเดินทางที่นุ่มนวล ความหรูหราและความสะดวกสบาย ให้ห้องโดยสารเป็นพื้นที่แห่งความสงบ เหมือนดินแดนในฝัน 

นอกจากนั้นแล้ว นี่ยังถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ Bath & Bloom ได้มาอยู่บนเครื่องบินจริงๆ ซึ่งทางการบินไทยบอกว่า สาเหตุที่ต้องเป็น Bath & Bloom เพราะเป็นแบรนด์ที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน ในเรื่องของการอยากส่งความเป็นไทยไปสู่สายตาโลก

ประกอบกับความต้องการสนับสนุนแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพ เพื่อจะได้นำออกไปสู่ระดับสากล ส่งต่อ Soft Power ที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ตั้งแต่การเริ่มต้นเดินทางหรือทางกลับบ้านเพื่อเป็นการส่งท้าย โดยใช้จุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์อีกด้วย

ก่อนหน้านี้เราพูดถึงไปเล็กน้อยเรื่องของการหันมาสร้างตัวตนผ่านกลิ่นของแบรนด์ต่างๆ แต่เรามาลงลึกกันอีกหน่อยดีกว่า

Bath & Bloom มองว่าปัจจุบันนี้ตลาดเครื่องหอมกำลังเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือพฤติกรรมของผู้บริโภค ถ้าลองนึกว่าคนที่ซื้อเครื่องหอมนั้นต้องการอะไร คิดเร็วๆ ก็คงจะนึกว่าซื้อเพราะกลิ่นหอม หรือมีความชื่นชอบในกลิ่นต่างๆ 

พูดแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว แต่ทุกวันนี้สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาอีกก็คือการซื้อเพื่อ ‘สะท้อนความเป็นตัวตน’

ซึ่งผู้บริโภคปัจจุบันมีการเลือกกลิ่นที่ตรงกับบุคลิกตนเองมากขึ้น เสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง ไปจนถึงบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างและสะท้อนถึงประสบการณ์ที่อยากได้รับในแต่ละวัน 

นอกจากนี้การเลือกกลิ่นก็เปลี่ยนแปลงไปได้ตามโอกาสหรือการแต่งตัวมากขึ้นด้วย

เมื่อกลายมาเป็นแบบนี้ ความหรูหรา ชื่อแบรนด์ หรือแม้แต่ใครมีกลิ่นมากกว่ากันก็อาจไม่ใช่ปัจจัยแรกๆ ในการเลือกอีกต่อไป 

ทำให้ทิศทางในปีนี้ของ Bath & Bloom หันมาโฟกัสที่การทำ Customized Experience หรือการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะในลูกค้าระดับองค์กร หรือผู้บริโภคทั่วไปก็ตาม 

รวมไปถึงพัฒนาการออกแบบ Signature Fragrance ให้กับแบรนด์ต่างๆ เพื่อสร้าง Brand Experience ให้กลิ่นกลายมาเป็นอีกหนึ่งภาษาของแบรนด์ อย่างที่ได้ออกซีรีส์ ‘กลิ่นไทย: A reflection of THAI’ ร่วมกับการบินไทยนั่นเอง

สิ่งที่หลายคนอาจจะยังนึกไม่ถึงคือแบรนด์เครื่องหอมไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสู่ระดับโลกมากกว่าที่คิด

Bath & Bloom เล่าว่า เครื่องหอมของไทยมีจุดแข็งอยู่ที่ความหลากหลายของวัตถุดิบ ภูมิปัญญาด้านสมุนไพรที่มีมาอย่างช้านาน หรือแม้แต่วัฒนธรรมเรื่องกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ ครบทั้งความโดดเด่นและความเฉพาะตัว

ยิ่งเทรนด์โลกในปัจจุบันนี้ กำลังให้ความสำคัญกับ Niche Fragrance หรือกลิ่นที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น มีความแตกต่างจากกลิ่นยอดนิยม ยิ่งเป็นโอกาสของแบรนด์ไทยที่จะสร้างความโดดเด่นได้ในตลาดโลก 

แต่ในขณะเดียวกัน ในมุมมองของ Bath & Bloom ก็ยังคิดว่าไทยยังมีจุดที่ต้องพัฒนาต่ออีก ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย ความรู้ด้าน Fragrance Science การพัฒนาวัตถุดิบ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในระดับสากลได้

แม้จะมีผู้เล่นมากมายในตลาด รวมถึงผู้บริโภคเองยังให้ความสนใจสินค้ากลุ่มเครื่องหอมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหากนับแบรนด์ไทยจริงๆ กลับยังไม่มีเจ้าไหนที่ครองตลาดอย่างชัดเจน

แม้จะเป็นแบบนั้น ก็ยังมองเห็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่แบรนด์เครื่องหอมไทย นั่นก็คือการหันมานำเสนออัตลักษณ์ของท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเล่าเรื่องและแนวคิดในด้าน Wellness

ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีการเปิดรับแบรนด์ไทยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หากว่าแบรนด์นั้นๆ สามารถสร้างความแตกต่างที่เข้ากับบุคคลและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้ 

แนวคิดของ Bath & Bloom ในการแข่งขันจึงไม่ได้โฟกัสไปที่จำนวนของสินค้า หรือการไล่ตามกระแสใหม่ๆ แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง ‘กลิ่น’ ที่เป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็นการทำงานกับประสบการณ์และความทรงจำของผู้คน 

ปัจจุบันนี้กระแสของแบรนด์ไทยกำลังจุดติดในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ วงการบันเทิงไทย กลุ่มเครื่องสำอางที่จุดกระแส T-Beauty หรือจะเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ไปไกลถึงระดับโลก

แบรนด์เครื่องหอมก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่น่าสนใจ จากกลิ่นที่มีความเฉพาะตัวทำให้มีโอกาสในการแข่งขันเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปยังชาวต่างชาติ พร้อมกับการแข่งขันที่เรียกได้ว่าดุเดือด อย่างที่ในวันนี้ได้มีแบรนด์ไทยหนึ่งแบรนด์แล้วที่ได้บินขึ้นฟ้าโชว์ตัวกับนักเดินทางจากทั่วโลก 

รวมถึงในแง่ของแบรนด์เอง สำหรับในประเทศไทยเราอาจยังไม่ค่อยพบเจอการสร้างใช้กลิ่นเพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์เท่าไหร่ ไม่แน่ว่าการเปิดตัว ‘กลิ่นไทย’ ของการบินไทยในครั้งนี้ อาจทำให้เราได้เห็นการแข่งขันผ่านความหอมมากขึ้น

และจากที่เคยจดจำแบรนด์ผ่านโลโก้หรือสี ก็อาจจะจดจำได้จาก ‘กลิ่น’ ที่ติดอยู่ในความทรงจำ เพิ่มเข้ามาด้วยก็เป็นได้ 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา