
จังหวัดภูเก็ต ผนึก CAAT-บวท. เตรียมนำร่องใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และอากาศยานไฟฟ้าที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) ชู 4 เส้นทางเชื่อมสนามบิน-ป่าตอง-โรงพยาบาล แก้ปัญหาจราจร สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ลดเวลาส่งตัวผู้ป่วยวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการนำอากาศยานรูปแบบใหม่มาใช้พัฒนาระบบขนส่งในจังหวัด โดยมี พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT/กพท.) พร้อมด้วย นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
เพื่อนำเสนอแนวทางการนำเทคโนโลยีอากาศยานรูปแบบใหม่ Advanced Air Mobility (AAM) รวมถึงเทคโนโลยีการส่งทางอากาศด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone / UAS) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบขนส่ง การท่องเที่ยว และภารกิจสนับสนุนทางสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

CAAT พร้อมไฟเขียวหากประเมินความปลอดภัยผ่าน
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับทางจังหวัดเกี่ยวกับการใช้อากาศยานรูปแบบใหม่ หรือ Advanced Air Mobility (AAM) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และอากาศยานไฟฟ้าที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) เพื่อแก้ปัญหาด้านการคมนาคม การส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล และสนับสนุนการท่องเที่ยว โดย CAAT ทำหน้าที่ทั้งควบคุมกฎระเบียบและส่งเสริมพัฒนา
ทั้งนี้ โครงการฯ สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีหากภูเก็ตมีความพร้อม โดยเฉพาะการใช้โดรนขนส่งสินค้าหรือเวชภัณฑ์ ซึ่ง เมื่อมีการสำรวจเส้นทางและผ่านการประเมินความปลอดภัย ความเสี่ยง ตลอดจนผลกระทบต่อบุคคลที่สามแล้ว กพท. ก็พร้อมอนุมัติ โดยจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่
ตั้งคณะทำงานชงเรื่องเข้ากรอ.
ด้านนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือแนวทางร่วมกับ CAAT เพื่อแสดงศักยภาพของภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยีนี้ในภูมิภาคเอเชียร่วมกับสิงคโปร์และญี่ปุ่น การนำ AAM มาใช้จะช่วยแก้ปัญหาจราจรและพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะช่วง High Season
เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม จังหวัดได้มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดภูเก็ตสรุปร่างแผนการดำเนินงาน วิเคราะห์เส้นทางวิกฤต ปัญหาและอุปสรรค พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดภูเก็ต ต่อไป

กางผลศึกษา 4 เส้นทางบินยึดโซนเหนือเกาะ
นายเถลิงศักดิ์ ผาทอง ผู้อำนวยการใหญ่บริการการเดินอากาศ ส่วนภูมิภาค บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยผลการศึกษาการนำ AAM มาใช้ในภูเก็ตตั้งแต่ปี 2568 ว่า ได้กำหนดฐานบินหลักไว้ทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ต (ห่างจากสนามบินภูเก็ต 4.2 กิโลเมตร หรือเดินทางเชื่อมทางถนนเพียง 9 นาที ซึ่งมีความพร้อมทั้งโรงเก็บอากาศยานและรองรับ eVTOL
ฐานบินดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น Airport Feeder Service เชื่อมต่อผู้โดยสารจากเที่ยวบินพาณิชย์ไปยังจุดต่าง ๆ ทั่วเกาะ โดยใช้เส้นทางบกสาย 4031 และ 4027 เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในตัวเมือง ทั้งยังอยู่นอกแนวร่อนจึงมีความปลอดภัยในการบริหารจัดการน่านฟ้าสูง สำหรับเส้นทางบินศึกษา 4 รูปแบบหลัก ได้แก่
1. เส้นทางสาคู Helipad – หาดป่าตอง (บินตรงผ่านตอนกลางเกาะ)
2. เส้นทางสาคู Helipad – BDMS ภูเก็ต (บินตรงสู่ตัวเมือง)
3. เส้นทางสาคู Helipad – หาดป่าตอง (บินอ้อมแนวชายฝั่ง)
4. เส้นทางสาคู Helipad – BDMS ภูเก็ต (บินผ่านแนวเลียบชายฝั่งป่าตอง)
การวางโครงข่าย AAM จะยกระดับภูเก็ตสู่ AAM Hub ช่วยลดมลพิษทางเสียง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดระยะเวลาส่งตัวผู้ป่วยวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม

เอกชน-ท้องถิ่น ชี้ตอบโจทย์ Smart City
นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า อบจ. ภูเก็ต พร้อมสนับสนุนเต็มที่เนื่องจากช่วยดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัด
ด้านนายสรายุทธ มัลลัม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว 100% และต้องการให้จังหวัดสร้างความมั่นใจ โดยประกาศให้ท้องถิ่นและหน่วยงานราชการทุกแห่งรับทราบและร่วมดำเนินการ พร้อมเสนอให้ภูเก็ตนำร่องพัฒนาระบบให้ครบวงจร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็วที่สุด
นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เขตพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวตอบโจทย์การพัฒนาภูเก็ตสู่ Smart City โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตมีภารกิจขนส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยัง รพ.สต.เกาะมะพร้าว และ รพ.สต.เกาะโหลนเป็นประจำอยู่แล้ว การนำอากาศยานขึ้นลงแนวดิ่ง (AAM) มาใช้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่เกาะ

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการนำโครงสร้างพื้นฐานเดิมมาปรับใช้เพื่อพัฒนาเป็น AAM Hub และ Vertiport เชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งท่าอากาศยานภูเก็ต สถานีขนส่ง บขส.เก่า และท่าเรือท่องเที่ยว รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการห้วงอากาศต่ำตาม Thailand Low Altitude Airspace CONOPS การใช้งานระบบ UAS Portal เพื่อเชื่อมโยงการขออนุญาตทำการบินโดรนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการศึกษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และการจัดทำแนวเขตพื้นที่ (Urban Zoning and Permitting)
การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีความต้องการด้านระบบคมนาคมที่หลากหลาย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระบบขนส่ง การสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อภารกิจด้านสุขภาพและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ควบคู่กับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน





