ทำไม Blue Bottle Coffee ที่ราคาเริ่มต้น 140 บาท ถึงดังมาก จนเปิดได้ 100 สาขาทั่วโลก และกำลังจะมาเปิดในไทย 21 สิงหานี้

มาแน่! 21 สิงหาคมนี้ กับ ‘Blue Bottle Coffee’ ร้านกาแฟขวดสีฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ที่ Dusit Central Park ชั้น 1

Blue Bottle Coffee เป็นร้านกาแฟที่มีจุดเริ่มต้นในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยชายหนุ่มที่ชื่อว่า ‘James Freeman’

Freeman เป็นอดีตหนุ่มนักดนตรีที่ตัดสินใจทุ่มเงินส่วนตัวกว่า 6.6 แสนบาท เพื่อตามรอยแพสชัน และเปิดแบรนด์กาแฟอย่าง Blue Bottle Coffee เป็นของตนเองในปี 2002 ท่ามกลางคำเตือนของเพื่อนๆ ว่าตลาดกาแฟนั้นอิ่มตัวมากแล้ว แต่แน่นอนว่า เขาไม่ฟัง

ซึ่ง Blue Bottle Coffee มีเอกลักษณ์อย่างไร? และทำไมถึงขยายมาไกลถึงไทยได้? มาดูกัน

จากหนุ่มนักดนตรี สู่เจ้าของร้านกาแฟที่มีสาขาในอเมริกาและเอเชีย

Blue Bottle Coffee
James Freeman ผู้ก่อตั้ง Blue Bottle Coffee

จุดเริ่มต้นของ Blue Bottle Coffee เกิดจากการที่ Freeman คั่วเมล็ดกาแฟเองในบ้าน แล้วนำมาขายที่รถเข็นในตลาดนัด 

แรงบันดาลใจในการก่อตั้งของเขาก็มาจากความเข้มข้นของเมล็ดกาแฟในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก พร้อมความเชื่อว่า ความพิถีพิถัน ความละเอียด และความอบอุ่นของกรรมวิธีการทำจะทำให้กาแฟแก้วหนึ่ง กลายเป็นเครื่องดื่มสุดลึกซึ้งได้

ที่สำคัญ Freeman ยังปฏิญาณตนไว้ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจว่า จะไม่ใช้เมล็ดที่ผ่านการคั่วมานานเกิน 48 ชั่วโมงแล้วเด็ดขาด ทำให้เอกลักษณ์ของ Blue Bottle Coffee จึงเป็นกาแฟที่สดใหม่ในทุกๆ วัน

ในส่วนของชื่อ Blue Bottle Coffee นั้น มาจากในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่ชาวตุรกีหนีออกจากออสเตรีย แล้วทิ้งถุงกาแฟไว้ ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะมาเห็น และนำไปขายในกรุงเวียนนา จนกลายเป็นร้านกาแฟเจ้าแรกๆ ของยุโรปตอนกลาง โดยใช้ชื่อว่า ‘Hof zur Blauen Flasche’ หรือ ‘The Blue Bottle’

ตัดภาพกลับมาที่ Blue Bottle Coffee ของ Freeman ที่แม้ขายไปได้ไม่ถึง 2 ปี แต่จู่ๆ ในเดือนมกราคม 2004 ก็มีลูกค้ามาต่อคิวรอกัน 30-40 คน ซึ่ง Freeman เชื่อว่า มันต้องมีการเล่ากันปากต่อปากแน่ๆ เพราะในยุคนั้น ยังไม่มีโซเชียลมีเดียด้วยซ้ำ

เมื่อเริ่มเห็นแววความสำเร็จ ในปี 2005 Freeman จึงตัดสินใจขยายร้านจากกาแฟรถเข็น เป็นร้านแบบจริงจังมากขึ้นในตรอกซังกะบ๊วยที่ใจกลางเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นสาขาที่ยังเปิดมาถึงปัจจุบัน

ทุกวันนี้ Blue Bottle Coffee ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแม้ Freeman จะไม่เผยรายได้ แต่ความสำเร็จก็สะท้อนออกมาจากจำนวนสาขากว่า 100 แห่งที่แพร่ขยายไปในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์

ใส่ใจตั้งแต่กระบวนการคัดเมล็ดที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน

Blue Bottle Coffee
ภาพจาก Facebook: Blue Bottle Coffee

แม้บนโลกนี้จะมีแบรนด์กาแฟนับหมื่นเจ้า แต่สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Blue Bottle Coffee โดดเด่นออกมาจากใครเพื่อนคือรสชาติที่แค่ได้ลิ้มลอง ก็รู้แล้วว่าเป็นของแบรนด์อะไร

Blue Bottle Coffee เชื่อว่า การจะทำกาแฟที่มีเอกลักษณ์ได้ ต้องเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับแหล่งเพาะปลูกก่อน ซึ่งแบรนด์ก็ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกร ตั้งแต่ในระดับชุมชนเกษตรกรรายย่อย สหกรณ์ ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพและส่งเสริมความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

เมล็ดกาแฟของ Blue Bottle Coffee ยังผ่านกระบวนการคัดสรรจากหลายประเทศ เช่น การซัพพอร์ตเกษตรกรรมเชิงแปรรูปในประเทศเปรู หรือการร่วมทดลองพันธุ์กาแฟในกัวตาเมลา เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม Blue Bottle Coffee ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะทุกวันนี้ แบรนด์ยังคงเดินหน้าตามหาแหล่งเพาะปลูกและเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ให้สมกับแรงบันดาลใจในการก่อตั้งที่เชื่อมั่นในเมล็ดกาแฟจากหลากหลายวัฒนธรรม

กระบวนการคั่วที่ไม่มีสูตรตายตัว กับความละเอียดอ่อนของการเป็นแบรนด์พรีเมียม

Blue Bottle Coffee
ภาพจาก Facebook: Blue Bottle Coffee

เมื่อได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพแล้ว ก็ถึงกระบวนการคั่ว ซึ่ง Blue Bottle Coffee เผยว่า วิธีการคั่วของที่นี่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ทำด้วยความเปิดใจ เพื่อค้นหาเอกลักษณ์ของกาแฟแต่ละชนิด

กระบวนการคั่วของ Blue Bottle Coffee เกิดจากการผสานระหว่างประสบการณ์ สัญชาตญาณ และนวัตกรรม ทำให้สามารถดึงรสชาติที่ละเอียดอ่อนของกาแฟแต่ละชนิดออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นความเปรี้ยวสดชื่นจากกาแฟซิงเกิลออริจิน หรือรสช็อกโกแลตที่นุ่มนวลของเบลนด์สูตรพิเศษ

หลังจากนั้นก็มาถึงกระบวนการชงกาแฟ ซึ่ง Blue Bottle Coffee มีเมนูหน้าร้านไม่เยอะมาก เนื่องจากอยากโฟกัสในการทำแต่ละแก้วให้ได้ดีที่สุด 

Blue Bottle Coffee มองว่า ศาสตร์การชงกาแฟนั้นคือการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ เพราะในทุกแก้วต้องมีการชั่งตวงอย่างระมัดระวัง พร้อมกับเทคนิคพิเศษ ในขณะที่รูปรสกลิ่นเสียง ก็ต้องเป็นองค์ประกอบที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์การดื่มให้ดี

ด้วยเหตุนี้ Blue Bottle Coffee จึงจัดเป็นแบรนด์ที่อยู่ในหมวดของ ‘กาแฟพรีเมียม’ ซึ่ง Freeman ก็บอกว่า ไอเดียในการรังสรรค์กาแฟคุณภาพสูงนั้นมีมาตั้งแต่ต้น และอยากทำให้ตนเองแตกต่างจากเชนใหญ่ๆ พร้อมเซ็ตมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

“ผมแค่อยากทำอะไรที่มันแตกต่าง และหลายคนก็เคยบอกผมว่า ความแตกต่างนี้จะทำให้ผมไม่ประสบความสำเร็จ แต่ความจริงคือ มนุษย์เรารู้สึกดึงดูดกับความแตกต่าง ความแตกต่างในการทำกาแฟทีละแก้ว ความแตกต่างของการไม่คั่วกาแฟจนเข้มเกินไป ความแตกต่างของการสตีมนมตามออเดอร์” Freeman กล่าว

ในส่วนของราคา แม้สาขาไทยจะยังไม่เผยออกมา แต่หากอิงจากราคาที่ขายในสหรัฐอเมริกาแล้ว ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ราวๆ 140 บาท

อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าหลายคนจะเข้าใจตัวตนและเอกลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น ส่วนใครที่ตั้งตารอให้ Blue Bottle Coffee มาเปิดในไทยนานแล้ว ก็อย่าลืมไปต่อคิวกันได้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ที่ Dusit Central Park ชั้น 1 นะ

ที่มา: Blue Bottle Coffee (1) (2), CNBC, Tasting Table

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา