
ปชน.พร้อมยื่นซักฟอกเมื่อเปิดสภาฯ ปลาย ส.ค.นี้ เชื่อไม่เสียของ ฝาก สส.ปชน.เริ่มทำการบ้านแล้ว แย้มจ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว. – โกงสอบท้องถิ่น – TH-AI passport” เหตุโยงคนใน ครม.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยืนยันว่า ในสมัยประชุมหน้าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
(อภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี รายบุคคล)
ส่วนจะเป็นช่วงเดือนไหนหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพิจารณาเกี่ยวกับปฏิทินการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะรัฐสภาจะเปิดสมัยประชุมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เบื้องต้นจะมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 วาระ 2-3 ซึ่งคาดว่าจะเข้าสภาในช่วงเดือนกันยายน
นอกจากนี้ ยังพบว่าในเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยฉบับเต็มของคำร้องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ออกมาแล้ว จึงอาจจะเดินหน้าเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญหรือไม่ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ
“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่าเราจะเปิดแน่นอนสมัยประชุมหน้า แต่จะเป็นเดือนไหนนั้น ขอดูปฏิทินและหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่คงไม่ได้ชักช้า”
เมื่อถามว่า มองว่าจะเสียของหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เสียของแน่นอน ซึ่งฝ่ายฝ่ายค้านมีโควตา 1 ครั้ง ในหนึ่งปีรัฐสภาหรือสามารถยื่น 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม 2569-มีนาคม 2570 ซึ่งตั้งใจเอาไว้ว่าจะยื่นอภิปรายในสมัยประชุมที่จะมาถึงนี้
และเนื้อหาการอภิปรายมีเรื่องการโกง สว.แน่นอน รวมถึงเรื่องกรณีการโกงสอบท้องถิ่น เรื่องโครงการ TH-AI passport และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน และยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ แต่พรรคประชาชนได้รวบรวมข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เริ่มปิดสมัยประชุม พรรคประชาชนได้ให้การบ้าน สส. ไว้ว่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่กำลังจะเปิดนี้ ให้แต่ละคนรวบรวมข้อมูลเบาะแสและ และส่งไปยังส่วนกลางของพรรค ขณะนี้มีหลายคนเริ่มนำเสนอข้อมูลแล้ว
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า กรณีการฮั้ว สว. มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นี้ก็อยู่ในสถานะที่ถูกกล่าวหา ซึ่งน่าจะเป็นคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับคนใน ครม. เยอะที่สุดคดีหนึ่ง




