ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค


11 ส.ค. 2569 | 14:34น.
ปกรณ์ นิลประพันธ์

ปกรณ์ เผย ครม.รับทราบแผนคุมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มมากกว่า ไฟเขียวค่อย ๆ ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาคกว่าหมื่นแบบค่อยเป็นค่อยไป คาดใช้เวลา 8 ปี

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐ ว่าการปฏิรูปการกำหนดจัดกำลังพลภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์การเงินการคลังกว่า 70% เป็นรายจ่ายประจำส่วนใหญ่ จึงทำให้งบลงทุนมีน้อย ฉะนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหานี้ และพยายามแก้ไขปัญหานี้

โดยวันนี้มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการจัดการกำลังพลภาครัฐ โดยการควบคุมอัตรากำลัง ให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ สูงสุดเท่าที่จะมีได้ แล้วจะให้ใช้กำลังหน่วยงานอื่นร่วมกัน โดยเราจะคำนึงถึงประเทศชาติว่าจะเดินต่อไปอย่างไร

นอกจากนี้ ในเรื่องของการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งเรื่องวิชาการ ตำแหน่งทั่วไป ก็จะไม่กระทบกับตำแหน่งอื่น ๆ และยังมีเรื่องยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่จำเป็นลง

จากนั้นจะมีการปรับโครงสร้างภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ เพราะคอมพิวเตอร์จะไม่ได้ใช้เพียงพิมพ์ดีด จะต้องนำมาบริการภาคประชาชนด้วย

นายปกรณ์ยังระบุอีกว่า การยกเลิกส่วนหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค ซึ่งมีจำนวนมากตามข่าว เป็นภาระงบประมาณสูงมาก โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ด้วยการลดกลุ่มนี้ ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ได้เสนอว่า ให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคทั้งหมดเริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ส่วนที่ตั้งมาแล้วก็ให้ทบทวนและยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ยกเลิกทีเดียวทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อการให้บริการประชาชน

นายปกรณ์ ย้ำว่าจะเป็นการยกเลิกแบบค่อย ๆ ทยอยยกเลิก จากเดิมมีเป็นหมื่นหน่วยงาน ก็จะค่อย ๆ ลดลงไปนับจากนี้ ส่วนผลกระทบต่องบประมาณ ส่งผลแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เห็นผลใน 1-2 ปีนี้ ส่วนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้บริการประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ

นายปกรณ์ยังย้ำอีกว่า หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน คือ รัฐไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ควบคุม แต่รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการให้บริการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ การลดอัตราลงที่มีในปัจจุบัน 30,000 หน่วยจะลดลงให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ต้องดูในเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหน่วยเป็นอย่างไร และอะไรที่สามารถลดและทดแทนได้ โดยจะต้องให้แต่ละหน่วยไปทบทวนและนำเสนอมาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ก่อนที่ ก.พ.ร. จะทำเป็นแผนและแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ นายปกรณ์ระบุอีกว่า มีการตั้งเป้าว่างบภาระประจำควรเหลือเพียงไม่เกิน 30% จาก 70% หากไม่ทำวันนี้อนาคตลูกหลานจะเดือดร้อน ฉะนั้น ต้องยอมรับความจริงและต้องแก้ไข ซึ่งการดำเนินการ 4 ปี ไม่ทัน แต่คาดว่าจะดำเนินการภายใน 8 ปี