
ครม.อนุมัติขยายเวลา-เพิ่มกรอบวงเงินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง หลังค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินปรับเพิ่ม กำชับกรมชลประทานเร่งจ่ายค่าทดแทนและเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในกรอบใหม่ หวังเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนและภาคการเกษตรกว่า 30,000 ไร่ พร้อมรองรับการเติบโตของ EEC
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการและกรอบวงเงินงบประมาณโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง ตามที่เสนอ โดยขยายระยะเวลาจากเดิม 4 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2565–2568 เป็น 6 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2565-2570 และเพิ่มกรอบวงเงินจาก 3,561.62 ล้านบาท เป็น 4,291.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 730 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุของการขยายระยะเวลาและกรอบวงเงิน เนื่องจากคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานได้ปรับเพิ่มอัตราค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและอัตราราคาตลาด ส่งผลให้กรอบวงเงินเดิมไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงาน และยังไม่สามารถจ่ายค่าทดแทนให้ผู้ได้รับผลกระทบได้ทั้งหมด ทำให้กรมชลประทานยังไม่สามารถเข้าใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อดำเนินการก่อสร้างได้
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้เป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนของจังหวัดระยอง โดยมีความจุประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับพื้นที่ชลประทานประมาณ 30,000 ไร่ ในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา มีราษฎรได้รับประโยชน์กว่า 1,500 ครัวเรือน และยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเขาชะเมาและอำเภอแกลง รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร ตลอดจนเป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังได้รับอนุมัติกรอบระยะเวลาและวงเงินใหม่ กรมชลประทานได้วางแผนเร่งรัดการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำและนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมาย โดยจะเร่งดำเนินการจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ควบคู่กับการเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนและอาคารประกอบ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เร่งดำเนินการให้โครงการแล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาและกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำโดยเร็ว และไม่ให้มีการขยายระยะเวลาดำเนินโครงการหรือกรอบวงเงินออกไปอีก
“การขยายกรอบในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กรมชลประทานสามารถดำเนินการในส่วนที่ติดขัด โดยเฉพาะการจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินให้แล้วเสร็จ และเร่งเดินหน้าก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้สามารถเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน แก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชน ภาคการเกษตร และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ตามเป้าหมาย” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว




