อนุทินสั่งกวาดล้างนอมินีคนไทย-ต่างชาติ ฮุบที่ดินเกาะพะงัน เห็นกับตาวิลล่าเถื่อน ยิวเจ้าของ

อนุทินสั่งกวาดล้างนอมินีคนไทย-ต่างชาติ ฮุบที่ดินเกาะพะงัน เห็นกับตาวิลล่าเถื่อน ยิวเจ้าของ

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินี

โดยเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ต.เกาะพะงัน เป็นที่ตั้งของบริษัท เทเลอร์ วิลล่า จำกัด โดยล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรี ร่วมคณะ เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน บริเวณด้านหน้าพูลวิลล่าพบมีการก่อสร้างผิดกฎหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร.รายงานเรื่องการก่อสร้างพูลวิลล่าที่ก่อสร้างผิดกฎหมาย มีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ หากถือหุ้นถือว่าผิดหลักที่ต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย ตัวเองทราบดีว่ากระทำผิด เพราะไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างเพื่อซื้อที่ดิน หลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

“วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเอง วันนี้มาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้เปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมีหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทย ค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติ เป็นคนกำหนดเรา ก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

นายกฯ กล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษากฎหมายทำบัญชี จะมีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทยใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์ปรับบริษัทมาหลายอัน คนๆหนึ่ง ถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัท 200 กว่าบริษัท คือ การเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย ให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และในสายงานของตำรวจ ต้องไปดูที่มาของเงินฟอกกลายเป็นที่ดินที่สามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ ทำตามใจต่างชาติแบบนี้ เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

จากนั้นเวลา เวลา 15.00 น. นายอนุทิน เดินทางไปที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา กล่าวตอนหนึ่งว่า เข้าใจดีว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมาในประเทศไทย เราต้องการได้เงินที่ถูกต้องของเขา ที่มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อความสะดวกสบายพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่มาแล้วจะขายด้วย อย่างนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นบ้านของเรา พี่น้องต้องไม่ยอมให้ใครมายึดถือครอง บนชายหาดเป็นของทุกคน ต้องทำให้เป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล จะจัดโซนนิ่งให้ เราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่นจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องได้ทำกิน ไม่ใช่จัดให้คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ถือครองแล้วซอยย่อยให้พี่น้อง อย่างนี้ผิดวัตถุประสงค์และจะไม่ให้เกิดขึ้น

“นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมา ต้องมาด้วยเจตนาที่ดีเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้ามาเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน รัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากเกาะพะงัน ยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ช่วงเย็น นายกฯได้เดินทางไปยังหาดฟรีด้อม ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการจับกุม การบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ โดยมีผู้ว่าฯภูเก็ตให้การต้อนรับ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตรายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ และรับฟังรายงานการสนับสนุนการแก้ปัญหา และความคืบหน้าทางคดี จากปลัดจังหวัดภูเก็ต และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ก่อนที่นายกฯ จะพบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่