
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเพิกถอนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อให้ทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะประชุม ก.จังหวัด และส่งข้อมูลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่ได้รับบรรจุ ท้องถิ่นไม่ได้ดำเนินการโดยพลการ แต่ทำตามข้อมูลและหลักฐานที่ทีมตรวจสอบส่งข้อมูลไปให้ โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เน้นย้ำไปแล้วว่า ต้องส่งข้อมูลไปพร้อมพยานหลักฐานเพื่อให้เจ้าตัวหรือผู้บริหารท้องถิ่นเห็น ทุกคนจะได้สบายใจ ขณะเดียวกันอธิบดีสถ.จะประสานงานพูดคุยเพื่อทำความทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวต่อไป
เมื่อถามย้ำว่า หากส่วนกลางให้ความมั่นใจไปแล้ว แต่ยังไม่ดำเนินการจะมีมาตรการอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่การโยนภาระหรือเผือกร้อน แต่เป็นขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนกลางอยากทำให้เสร็จทั้งหมด แต่ขอบเขตกฎหมายและอำนาจของแต่ละคนแตกต่างกันจึงต้องดำเนินการ โดยวางกรอบเวลาไว้ภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
“เข้าใจดีว่า ไม่มีใครอยากทำ แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินการ โดยเริ่มจากฐานข้อเท็จจริงว่าบุคคลเหล่านี้มีที่มาของคะแนนผิดปกติ และปัจจุบันพิสูจน์ทราบแล้วว่าคะแนนแต่ละคนเป็นอย่างไร อยากให้ทุกคนโฟกัสข้อเท็จจริงมากกว่าอย่างอื่น โดยสถ.จะป็นพนักพิงหลังและสนับสนุนข้อมูลให้ รวมถึงเตรียมฝ่ายกฎหมายไว้เช่นเดียวกัน” นายวรศิษฎ์ กล่าว
ที่ จ.กระบี่ มีประชุมคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด(ก.จังหวัด)กระบี่ 3 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) จังหวัดกระบี่ คณะกรรมการพนักงานเทศบาลส่วนจังหวัด(ก.ท.จ.)กระบี่ และ คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ก.จ.จ.)กระบี่ มีนายนิรันต์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการดำเนินการกรณีพบการทุจริตการแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลประจำปี 2569 หลังสถ.ส่งรายชื่อบุคคลที่เห็นควรถูกถอดถอนจากการบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นมายังจังหวัดกระบี่รวม 121 คน จากจำนวนที่บรรจุรวม 158 คน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ถอดถอนทั้ง 121 คน ประกอบด้วยข้าราชการที่บรรจุตามอบต.ต่างๆ 72 คน เทศบาลตำบล 40 คน และ อบจ.กระบี่ 9 คน โดยให้เหตุผลว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีชื่อในบัญชีผู้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่มีคะแนนผ่านการสอบ โดยคณะกรรมการทั้ง 3 ชุดจะส่งรายชื่อให้นายก อปท.ที่มีรายชื่อออกหนังสือถอดถอนออกจากราชการต่อไปภายในสัปดาห์นี้
ที่หอประชุม อบจ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้รัฐบาลผลักภาระให้ท้องถิ่นแก้ปัญหาและออกคำสั่งถอดถอน วิธีการจัดการสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลขาดความกล้าหาญทางการเมือง มีการให้สัมภาษณ์ตอบโต้ข่าวรายวันว่าเอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายพอจะทำจริงๆที่ต้องมีความรับผิดชอบ กลับผลักภาระของรัฐบาลให้ท้องถิ่นรับผิดชอบเซ็นคำสั่งแทนรัฐบาล จริงๆ กระทรวงมหาดไทยหรือนายกรัฐมนตรีเองมีอำนาจเต็ม ตนมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ
ที่จ.นครราชสีมา นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ก.จังหวัด กำลังพิจารณาเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่นฯ 151 ราย จากจำนวนผู้ได้รับการบรรจุรวม 569 คน โดย ก.จังหวัด ทั้งก.ท.จ. , ก.อบต.จังหวัด และ ก.จ.จ. จะประชุมพิจารณาตามแนวทางของก.กลาง คาดว่าแล้วเสร็จภายในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ หลังมีมติ ก.จังหวัดแล้ว จะแจ้งอปท.ที่เป็นต้นสังกัดรายนั้นๆดำเนินการออกคำสั่งเพิกถอนสิทธิ ถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง หรือเลิกจ้าง ข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นที่พัวพันการทุจริตแก้ไขคะแนนสอบภายในวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบอย่างสุจริต
วันเดียวกัน ที่สมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย จ.นนทบุรี นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทน สมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย และ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(ส.ท.ท.) แถลงข่าวกรณีการเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 4 ข้อ คือ 1.นายก อปท. ต้องรับผิดชอบโดยตรงและเป็นผู้ออกคำสั่งเพิกถอนและบรรจุ หากเหตุผล หลักฐาน ตลอดจนข้อกฎหมายไม่ชัดเจน นายก อปท.จะกลายเป็นบุคคลแรกที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย 2. อปท.แต่ละแห่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นจะอ้างความเห็นของ กสถ. หรือ ก.กลาง โดยไม่มีหลักฐานชัดเจนมาประกอบการพิจารณารองรับไม่ได้เด็ดขาด จึงเห็นควรให้ส่วนกลางส่งข้อมูลมาให้อปท.ครบถ้วน 3.สมาคมต้องการหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจนว่าผู้สอบผ่านเดิมที่ถูกระบุว่ามีการแก้ไขคะแนนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการทุจริต อย่างน้อยควรแนบหลักฐานการแก้ไขคะแนนมาด้วย แต่แนวปฏิบัติของกสถ. และ ก.กลาง ส่งแค่รายชื่อมาให้ อปท.ปฏิบัติทันที สร้างความไม่ชัดเจนและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง โดยเฉพาะผู้สอบแข่งขันโดยบริสุทธิ์แต่มีรายชื่อในกลุ่มทุจริตจะดำเนินการอย่างไร และ 4.การประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันโดยเรียงลำดับใหม่ จะเชื่อได้อย่างไรว่ามีความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมในกระบวนการจัดทำบัญชีใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเหมือนบัญชีเดิมที่ถูกยกเลิก จึงอยากขอดูคะแนนภาค ก. ภาค ข. ภาค ค. และหลักเกณฑ์การรวมคะแนนให้ชัดเจน
“3 สมาคม ขอให้สถ. และ ก.กลาง ส่งข้อมูล หลักฐานและกระบวนการเรียงลำดับบัญชีใหม่ให้มีความโปร่งใส โดยมีกระบวนการที่ชัดเจนและรักษาผู้ที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์ รวมถึงมีคำสั่งจาก ก.กลาง ให้เพิกถอนใครทุจริต ก็ดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด” นายวิระศักดิ์ กล่าว





