
นายกฯ ห่วงน้ำท่วมน่าน ประกาศเขตภัยพิบัตแล้ว สั่งการทุกภาคส่วนช่วยประชาชน ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน ที่ได้ประกาศเขตพิบัตแล้ว ว่า สั่งการทุกภาคส่วน รวมทัพกองทัพ เข้าไปดูแล ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเส้นทางที่ถูกตัดขาด
พร้อมให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะกำกับดูแลเขตภาคเหนือเร่งดูแล นายกรัฐมนตรียังได้โทรศัพท์ด่วนคุบกับรองผู้ว่าราชการ จ.น่าน เข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านการอพยพและการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุกต้องพอเพียง
นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ขณะนี้ตนปฏิบัติภารกิจอยู่ออสเตรเลีย ก็ขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกคน
จากการที่มีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 18-21 ส.ค. 69 ขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง
นายกรัฐมนตรียังแสดงความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ย้ำให้ความสำคัญต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งเร่งสำรวจพื้นที่และเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ไม่ให้มีเส้นทางในชุมชนใดถูกตัดขาด พร้อมกำชับให้ติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าและเตรียมรับสถานการณ์หากมีมวลน้ำเพิ่มขึ้น
ปภ.สั่งด่วนเร่งส่งถุงยังชีพ – ตั้งศูนย์อพยพ 7 แห่ง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ว่า วันนี้จะลงพื้นที่ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการประชุมหารือกับทางจังหวัดน่าน โดยได้ข้อมูลที่ชัดเจน เบื้องต้นทางกรมป้องกันฯ จะส่งถุงยังชีพไปช่วยเหลือ
นายธีรพัฒน์ยังระบุว่า น้ำท่วมในพื้นที่เป็นลักษณะน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งมีการประชุมและมีการแจ้งแนวทางปฏิบัติไปตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้มีการพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่านแล้ว และได้เน้นย้ำแจ้งเตือนตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนไว้
ขณะที่การให้ความช่วยเหลือประชาชนตกค้างในพื้นที่ นายธีรพัฒน์กล่าวว่า ตนได้สั่งการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา และได้มีการพูดคุยกับทาง ปภ.จังหวัด ซึ่งเครื่องจักรได้มีการสแตนด์บายอยู่ที่จังหวัดตั้งแต่ต้นปี และได้ประสานงานกับมูลนิธิเพชรเกษมเข้าพื้นที่แล้ว ซึ่งขณะนี้พยายามรับข้อมูลอยู่เรื่อย ๆ รับข้อมูลจากประชาชน พร้อมกันนี้ได้เปิดศูนย์อพยพ 7 แห่ง รอบพื้นที่ประสบอุทกภัย




