ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน

ศาลเมืองเซินเจิ้นทางภาคใต้ของจีนมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ฮุย กา หยาน หรือที่รู้จักในชื่อ สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เอเวอร์แกรนด์ พร้อมสั่งปรับบริษัทในเครือรวม 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 7.55 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม

คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในมหากาพย์วิกฤตของเอเวอร์แกรนด์ หลังบริษัทล้มละลายโดยมีหนี้สินมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 9.8 ล้านล้านบาท เมื่อทางการจีนเข้มงวดกับการกู้ยืมเงินที่มากเกินตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์เมื่อปี 2020 ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก และนำไปสู่ภาวะขาลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาจนถึงปัจจุบัน

ศาลประชาชนกลางเมืองเซินเจิ้นพิพากษาว่า นายสวีและบริษัทเอเวอร์แกรนด์ มีความผิดฐานฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ ด้วยการทำให้มูลค่าทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทสูงเกินจริง และปกปิดหนี้สินของบริษัท ขณะที่นายฮุยยังได้ใช้อำนาจหน้าที่ผิด ด้วยการวางแผนฉ้อโกงทางการเงิน และยักยอกทรัพย์สินของบริษัท

นอกจากนี้ ศาลยังพิพากษาจำคุกผู้บริหารระดับสูงของเอเวอร์แกรนด์อีกหลายราย โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 18 ปี ในข้อหาต่างๆ ซึ่งรวมถึง การรับเงินมัดจำจากประชาชนโดยผิดกฎหมายและการฉ้อโกง

Advertisement

ศาลยังสั่งปรับเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป เป็นเงิน 8,820 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ เอเวอร์แกรนด์ เรียลเอสเตต กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ถูกปรับ 7,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดเงินที่ถูกสั่งปรับสูงกว่า 2,350 ล้านดอลลาร์

นายสวีให้การรับสารภาพในเดือนเมษายนต่อข้อหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการรับเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย การฉ้อโกง และการติดสินบน หลังจากเขาถูกทางการจีนจับกุม

บริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 โดยก่อนหน้านั้นถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้บริษัทชำระบัญชีและขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้

ก่อนหน้านี้ ทางการฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ระบุว่า จากการสอบสวนพบว่าเอเวอร์แกรนด์ได้ตกแต่งตัวเลขทางการเงินด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการบันทึกรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้า ก่อนที่โครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบห้องชุดให้แก่ผู้ซื้อ ส่งผลให้บริษัทแสดงรายได้สูงเกินจริงประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2019 และ 2020