
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ญี่ปุ่นได้ทำการประหารชีวิตนายซูนาโอะ ทาคามิ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะเมื่อปี 2009 ซึ่งสังหารผู้บริสุทธิ์ไป 5 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นการประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีของญี่ปุ่นที่ยังคงบังคับใช้โทษประหารอยู่
ทั้งนี้นายทาคามิได้ก่อเหตุราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ ร้านเกมตู้ยอดนิยมของคนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของเขาในปี 2009 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าในร้านเกมดังกล่าว 4 ราย และลูกจ้าง 1 รายเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้คณะลูกขุน 6 คนและคณะผู้พิพากษา 3 คน ได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งของฝ่ายจำเลยที่ระบุว่านายทาคามิมีอาการป่วยทางจิตขณะก่อเหตุ และได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาด้วยการแขวนคอในไต่สวนคดีเมื่อปี ค.ศ. 2011
ก่อนที่ล่าสุดในวันเช้าศุกร์นี้ นายฮิโรชิ ฮิรากูจิ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ประหารชีวิตนักโทษรายดังกล่าวแล้วหลังจากได้พิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนแล้ว
การประหารชีวิตนักโทษครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เป็นเพียง 2 ชาติในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ จี7 ที่ยังคงมีโทษประหารชีวิต ซึ่งโดยปกติแล้ว นักโทษประหารในญี่ปุ่นจะได้รับแจ้งเรื่องการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
ก่อนหน้านี้การประหารชีวิตในญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยได้ประหารชีวิตนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ ซึ่งมีฉายา “ฆาตกรทวิตเตอร์” ผู้ก่อคดีฆ่าหั่นศพเหยื่อ 9 รายเมื่อปี 2017 ซึ่งเหตุฆาตกรรมของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2017 หลังตำรวจพบชิ้นส่วนศพในเมืองซามะ ใกล้กับกรุงโตเกียวในระหว่างการค้นหาตัวเหยื่อรายหนึ่ง
ผลสำรวจที่มีการจัดทำหลายครั้งก่อนหน้านี้ชี้ว่าบทลงโทษประหารชีวิตในประเทศญี่ปุ่นยังคงได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่วิพากษ์รัฐบาลว่าได้ปล่อยให้นักโทษประหารต้องถูกขังเดี่ยวเป็นเวลานานและยังขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการประหารชีวิตผู้ต้องโทษ




