
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้าประสาน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เปิดทางให้มี “หนังสือเดินทาง” เล่มที่ 2 แก้ปัญหารอคิววีซ่า ทำให้นักกีฬาไทยสามารถโลดแล่นตะลุยแข่งขันต่างแดนได้อย่างคล่องตัว มีสมาธิในการสร้างผลงานระดับโลก
นายนันทพล ทองนิลพันธ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬาอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ กกท. พร้อมเดินหน้าภารกิจสนับสนุนนักกีฬาอาชีพไทยในการเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ โดยนอกจากจะสนับสนุนในเรื่องงบประมาณแล้ว ยังได้อำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาอาชีพของไทยที่ขึ้นทะเบียนกับ กกท.อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การให้การรับรองขอหนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับนักกีฬาอาชีพที่มีความจำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทาง 2 เล่ม เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางไปแข่งขันในประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ ปัญหาของนักกีฬาไทยคือ กรณีที่นักกีฬาต้องส่งหนังสือเดินทางไปขอวีซ่าที่สถานทูตและอาจใช้เวลานานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปแข่งขันในหลายประเทศ ซึ่งการที่หนังสือเดินทางอยู่ระหว่างการขอวีซ่า ทำให้นักกีฬาไม่สามารถเดินทางไปแข่งขันในรายการต่อไปได้ตามกำหนดเวลา โดยกรณีล่าสุดคือ การประสานให้ความช่วยเหลือ “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู นักสนุกเกอร์อาชีพมือระดับท็อปของโลก แชมป์เวิลด์ โอเพ่น 2026 ซึ่ง กกท.ได้ดำเนินการให้ เทพไชยา มีหนังสือเดินทาง 2 เล่ม สำหรับใช้ในการเดินทางไปแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกในแต่ละสัปดาห์
“หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ คือการเป็นหลังบ้านที่แข็งแกร่งให้กับนักกีฬาอาชีพของไทย ในการอำนวยความสะดวกเรื่องหนังสือเดินทางให้กับกลุ่มนักกีฬาอาชีพของไทย โดยจะช่วยประสานงานกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อออกหนังสือรับรองให้แก่นักกีฬาที่มีความจำเป็นสามารถถือครองหนังสือเดินทางเล่มที่ 2 ได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ และเชื่อมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลนักกีฬาที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการประสานงาน ณ จุดผ่านแดน ด้วย”
“การรับรองให้นักกีฬาอาชีพของไทยมีหนังสือเดินทาง 2 เล่ม จะทำให้นักกีฬาคลายความวิตกกังวลลงไปได้มากทีเดียว ซึ่งทำให้พวกเขาได้มีสมาธิในการสร้างผลงานในการแข่งขัน และยังถือเป็นการสร้างมาตรฐานการจัดการกีฬาของไทยให้มีความเป็นมืออาชีพเทียบเท่าสากล” นายนันทพล กล่าว




