ประเมิน 3 ปัจจัยป่วนใต้ถี่ จ่อถกสันติภาพ ต.ค.นี้ คุยมาเลเซียช่วยคุมชายแดน


24 ส.ค. 2569 | 10:09น.
ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์

ผอ.ข่าวกรอง ประเมินชี้ 3 ปัจจัยป่วนใต้ 50 กว่าจุด ใกล้ตั้งโต๊ะเจรจา-สับเปลี่ยนกำลังทหาร เผยเตรียมประสานมาเลเซียคุมเข้มชายแดนสกัดผู้ก่อเหตุหนีข้าม เชื่อเจ้าหน้าที่รู้มือซุ่มก่อเหตุ แต่บอกไม่ได้ เป็นเรื่องความมั่นคง

นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินถึงสาเหตุการก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายจุดในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ประเมินมี 3 สาเหตุหลัก 1.การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค. ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร

2.ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ

นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี

“มีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน“ นายฐนัตถ์ ระบุ

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้างหรือว่าเกิดเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ยอมรับว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งกฎหมาย แต่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น การจับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงในจังหวัดปัตตานี

ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกแยกว่าเป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน ซึ่งหากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ แต่ถ้าถามระบุให้ชัดตอนนี้ว่าเป็นกลุ่มใดขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ ผอ.ข่าวกรอง ระบุว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่นหากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหนก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน

เมื่อถามว่า การข่าวในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องหรือ นายฐนัตถ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการรับมืออย่างไร เมื่อเกิดสถานการณ์ถี่ขึ้น นายฐนัตถ์กล่าวว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารจะต้องมีการจัดเตรียมกำลังกันใหม่และจะต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่นควรจะมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษก็จะต้องมีการคุยกับทหารในพื้นที่ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร

ส่วนจะต้องให้ทางการมาเลเซียช่วยอะไรหรือไม่ นายฐนัตถ์กล่าวว่า มาเลเซียเขาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และช่วงนี้อาจจะต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย