
ปธน.สี พร้อมคณะ 400 คน จ่อเยือนอินเดีย ครั้งแรกรอบ 7 ปี
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดบริกส์ที่กรุงนิวเดลี ที่มีกำหนดการจัดขึ้นในวันที่ 12-13 กันยายน พร้อมคณะผู้แทนขนาดใหญ่ประมาณ 400 คน ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่จีนกำลังเร่งจัดการเรื่องโรงแรมและมาตรการรักษาความปลอดภัย
การเยือนในครั้งนี้จะเป็นการเยือนอินเดียครั้งแรกในรอบ 7 ปี และแสดงให้เห็นว่า ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศกำลังคลี่คลายลง หลังจากที่เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเมื่อปี 2020 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต โดยก่อนหน้านี้ในปี 2025 นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เยือนจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เช่นกัน
เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศคาดว่า จะใช้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เพื่อหารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือและการติดต่อระหว่างกัน รวมถึงจัดการกับความขัดแย้งที่มีมายาวนานเกี่ยวกับปัญหาชายแดนและความมั่นคงในภูมิภาค
กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันภายใต้กรอบความร่วมมือบริกส์ และให้การสนับสนุนอินเดีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ให้สามารถจัดการประชุมได้อย่างประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเยือนของประธานาธิบดีสี
ทั้งนี้ สีไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดบริกส์ ครั้งล่าสุดในปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่บราซิล
ซินหัวรายงานว่า นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ในวันที่ 25 สิงหาคม จีนและอินเดียจะจัดการเจรจารอบที่ 25 ระหว่างผู้แทนพิเศษของทั้งสองประเทศเกี่ยวกับปัญหาพรมแดน ที่กรุงปักกิ่ง โดยมีนายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีน และผู้แทนพิเศษของจีนด้านปัญหาพรมแดนจีน-อินเดีย จะเป็นประธานร่วมในการเจรจากับอาจิต โดวาล ผู้แทนพิเศษของอินเดียและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติอินเดีย
หลินกล่าวว่า กรอบการเจรจาดังกล่าวยังคงเป็นเวทีสำคัญสำหรับการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน ในการเจรจารอบที่ 25 นี้ ทั้งสองฝ่ายจะยังคงหารือเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาพรมแดน โดยยึดแนวทางตามความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันรักษาสันติภาพและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงประเด็นระหว่างประเทศและประเด็นระดับภูมิภาคด้วย
เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 จีนและอินเดียประสบความสำเร็จในการจัดการเจรจารอบที่ 24 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนอย่างตรงไปตรงมาและลึกซึ้ง พร้อมบรรลุความเข้าใจร่วมกันหลายประการ




