รวบหนุ่มพนักงานขับรถ แอบอ้างเป็นตำรวจ ใช้ AI ตัดต่อภาพ สารภาพโพสต์อวดสาวลงโซเชียล

ตร.ท่องเที่ยวรวบหนุ่มพนักงานขับรถ แอบอ้างเป็นตำรวจ ใช้ AI ตัดต่อภาพจับกุมผู้ต้องหา โพสต์อวดสาวลงโซเชียล พบประวัติเพียบ

วันที่ 26 ส.ค. 2569 พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุขุนทศ และ พ.ต.ท.ชาคริต บุญเพิ่ม สว.กก.สืบสวน บช.ทท. นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

เพื่อตรวจสอบกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากหัวหน้าส่วนราชการภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะว่า มีพนักงานขับรถของส่วนราชการแห่งหนึ่งแสดงพฤติกรรมแต่งกายคล้ายตำรวจชุดสืบสวน ยศสิบตำรวจโท สังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตามที่ได้รับแจ้ง รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบชายชื่อ นายยืนยง อายุ 29 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมโพสต์ภาพของตัวเองผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียในลักษณะแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้โปรแกรมตัดต่อภาพและเทคโนโลยี AI ปรับแต่งภาพให้มีลักษณะคล้ายกำลังปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ทั้งภาพขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ และภาพยืนร่วมกับชุดจับกุม

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า พฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียน โดยนายยืนยงเป็นพนักงานขับรถของส่วนราชการแห่งหนึ่งภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามพฤติกรรม พร้อมรวบรวมข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงตรวจสอบประวัติอาชญากรรม

จากการตรวจสอบพบว่า นายยืนยงมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีหลายคดี อาทิ คดีเสพและครอบครองยาเสพติด คดีร่วมกันฉ้อโกง และคดีขนแรงงานต่างด้าว โดยในแต่ละคดีผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้วหลบหนี นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ 376/2567 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2567 ในข้อหา “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ”

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัวนายยืนยง ขณะนอนอยู่ภายในรถตู้บริเวณลานจอดรถชั้น B อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร C จากการตรวจค้นภายในรถพบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติดอยู่ภายในรถด้วย

เบื้องต้น นายยืนยงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่า สาเหตุที่ทำภาพและแอบอ้างเป็นตำรวจ เนื่องจากต้องการนำไปโชว์ให้หญิงสาวที่กำลังคบหากันอยู่ ซึ่งรู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวน 3-4 คนเห็น ส่วนบัตรที่ใช้แสดงตัวว่าเป็นตำรวจนั้นทำขึ้นมาเอง

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายยืนยงส่งศาลจังหวัดมหาสารคาม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป