
นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงประกาศว่าญี่ปุ่นจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) หรือศาลอาญาโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจาก ICC เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจโลก ที่เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ประกาศคว่ำบาตร ผู้พิพากษาโทโมโกะ อาคาเนะ ประธาน ICC ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น
การออกโรงเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนางทาคาอิจิ ผู้นำชาติพันธมิตรที่ถือว่ามีไมตรีที่ดีกับทรัมป์ เกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อกลางดึกคืนวันอังคาร(25 ส.ค.) โดยทาคาอิจิกล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ ICC เราจำเป็นต้องปกป้องสถาบันที่สำคัญแห่งนี้” ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับการประกาศคว่ำบาตรผู้พิพากษาอาคาเนะ ประธาน ICC ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน
ก่อนหน้านี้นางทาคาอิจิได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวของสหรัฐแล้ว แต่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นางทาคาอิจิได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า เธอรู้สึกได้ถึง “ภาวะวิกฤต” เช่นเดียวกับอาคาเนะเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินการดังกล่าวของสหรัฐ
“เราได้ติดต่อสหรัฐหลายครั้งในหลายระดับจนถึงนาทีสุดท้าย เพื่อร้องขอไม่ให้คว่ำบาตร อาคาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ” ทาคาอิจิกล่าวในการแถลงข่าว พร้อมกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่นจะยังคงให้การสนับสนุนผู้พิพากษาอาคาเนะต่อไป ซึ่งขณะนี้เธอถูกสหรัฐระงับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการเงินและห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ
การคว่ำบาตรประธาน ICC และทนายความอาวุโสของ ICC ของสหรัฐนั้น ถือเป็นการยกระดับโจมตีครั้งล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ ที่มีเขตอำนาจดำเนินคดีผู้กระทำผิดในความผิดอาญาระหว่างประเทศ 4 ฐาน ได้แก่ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมที่เป็นการรุกราน โดยสหรัฐอ้างว่า ICC ได้เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐและอิสราเอล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในถ้อยแถลงถึงการคว่ำบาตรดังกล่าวว่า ICC เป็นศาลเหนือรัฐอธิปไตยที่ฉ้อฉลและถูกครอบงำด้วยการเมืองอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยเจตนาร้ายและกระทำการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน
รูบิโอขู่ด้วยว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยุบ ICC อย่างเป็นระบบ จนกว่าองค์กรดังกล่าวจะไม่สามารถคุกคามอธิปไตยของสหรัฐได้อีกต่อไป
ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐในประเด็นเกี่ยวกับ ICC ถือเป็นจุดขัดแย้งที่เปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นได้ยากระหว่างพันธมิตรที่ใกล้ชิดทั้งสองประเทศ ก่อนหน้านี้ทรัมป์และชาติพันธมิตรของเขาอย่างอิสราเอล ได้กล่าวหา ICC มาอย่างยาวนานว่าได้แทรกแซงกิจการในสหรัฐ
ในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก เขามีคำสั่งการให้ดำเนินการคว่ำบาตรอัยการ ICC และผู้ช่วยรายหนึ่ง เพื่อตอบโต้กรณีที่ดำเนินการสอบสวนสหรัฐในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน
นอกจากนี้ในปี 2024 ICC ยังได้ออกหมายจับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ด้วย ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา




